วันที่ 3 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพเรื่องราวของเพจเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง อรรถรส ที่ได้ออกมาเล่าเรื่องราวของ นักร้องลูกทุ่งชื่อดังและ CEO แบรนด์ดัง ระบุว่า
งานเข้า! CEO แบรนด์ดังหอบหลักฐานฟ้องฉ้อโกง แฉยับพฤติกรรม "เบิกจ่ายทิพย์" เผยจุดแตกหักฉีกสัญญา-ลบตะกร้า ทำบริษัทสูญกว่า 40 ล้านบาท! รสสรุปมาให้ในโพสต์นี้นะคะ
จุดเริ่มต้นการร่วมงาน
เรื่องนี้เริ่มต้นจาก "คุณกิ๊ก" (CEO แบรนด์อาหารเสริม Bunny) และ นักร้องลูกทุ่งสาว ได้ตกลงทำสัญญาร่วมลงทุนทางธุรกิจกัน
ทั้งสองฝ่ายมีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน โดยนักร้องลูกทุ่งสาวดูแลด้านการตลาดและโฆษณา ส่วนคุณกิ๊กดูแลด้านสินค้าและระบบบัญชี
มีข้อตกลงกันว่า หากมีค่าใช้จ่ายในการทำงาน (เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ของใช้ทีมงาน) ให้นักร้องลูกทุ่งสาว "สำรองจ่ายไปก่อน" แล้วค่อยนำใบเสร็จมาตั้งเบิกคืนกับบริษัทเป็นรายเดือน
จุดแตกหักที่นำไปสู่การตรวจสอบบัญชี
วันที่ 20 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา นักร้องลูกทุ่งสาวตัดสินใจ "ฉีกสัญญา" อย่างกะทันหัน
พร้อมทั้งลบตะกร้าสินค้า และลบคลิปวิดีโอโปรโมตออกจากช่องทางออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่แค่การปิดการมองเห็น แต่ลบออกจากระบบไปเลย
การกระทำนี้ถือเป็นการปิดกั้นช่องทางทำมาหากินโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้คุณกิ๊กเสียใจมากและบริษัทได้รับความเสียหาย จึงนำไปสู่การรื้อตรวจสอบบัญชีย้อนหลังอย่างละเอียด
ทางเจ้าของบริษัทแฉพฤติกรรม "เบิกจ่ายทิพย์" 22 ครั้ง ยกตัวอย่างเช่น
1. ค่ากินหมูกระทะ: นำสลิปโอนเงินของแฟนหนุ่มที่ไปกินส่วนตัว มาเบิกอ้างว่าเลี้ยงทีมงาน ทั้งที่ความจริงวันนั้นทีมงานนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ
2.ค่าพัสดุกลายเป็นค่าข้าว: จ่ายค่าพัสดุเก็บเงินปลายทาง (COD) แต่ตอนเบิกเขียนระบุในสลิปว่าเป็นค่าอาหารทีมงาน
3. ค่าน้ำมันส่วนตัว: นำบิลค่าน้ำมันที่ขับรถไปเล่นคอนเสิร์ตส่วนตัวต่างจังหวัด มาเบิกอ้างว่าเป็นค่าเดินทางไปทำคอนเทนต์หรือส่งพนักงาน
4.ค่าทำเล็บและช้อปปิ้ง: เอาบิลค่าทำเล็บในวันไปทำธุระส่วนตัว มาอ้างว่าทำเพื่อไปถ่ายโฆษณา รวมถึงมีการซื้อของออนไลน์แต่เบิกเป็นค่าข้าวทีมงาน
5. โอนเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง: มีการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว หรือเข้า True Money Wallet แต่ทำเรื่องตั้งเบิกว่าเป็นค่าจัดทำคอนเทนต์
การฟ้องดำเนินคดี
2 มิ.ย. 2569 คุณกิ๊กมอบหมายให้ "ทนายโนบิ" นำหลักฐานเข้ายื่นฟ้องกระต่าย ต่อศาลจังหวัดสกลนคร ในคดีอาญาข้อหา "ฉ้อโกง" 22 กรรม
แม้ยอดเบิกทิพย์ที่ตรวจพบเบื้องต้นจะอยู่ที่ประมาณ 22,910 บาท (บางบิลแค่หลักร้อย) แต่ถือเป็นการทำผิดซ้ำซาก 22 ครั้ง ซึ่งข้อหาฉ้อโกงมีโทษจำคุกกรรมละไม่เกิน 3 ปี แสดงให้เห็นถึงเจตนาทุจริต
นอกจากนี้ การเข้าไปลบข้อมูลหรือตะกร้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ยังเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อีกด้วย
จากเหตุการณ์ฉีกสัญญาและลบตะกร้าสินค้า ส่งผลให้บริษัทของคุณกิ๊กได้รับความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท
ดราม่าซ้ำเติม
คุณกิ๊กเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้มี "แอคเคานต์อวตาร" มาโจมตีตนเอง สินค้า และลามไปให้ร้ายถึงคุณแม่ของคุณกิ๊กที่เพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง จึงวอนขอให้ผู้ไม่หวังดีหยุดพฤติกรรมนี้เพราะกระทบจิตใจมาก
สำหรับเรื่องคดีความ ศาลได้รับฟ้องและนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 3 ส.ค. 2569
ทนายทิ้งท้ายว่า คดีฉ้อโกงเป็นคดีที่ยอมความได้หากเข้ามาเจรจากัน และตามหลักกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสิน ฝั่งกระต่ายก็ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์และมีสิทธินำหลักฐานมาพิสูจน์ตัวเองในชั้นศาลได้อย่างเต็มที่ค่ะ
นี่ก็คือสรุปเรื่องราวทั้งหมดจากฝั่งโจทก์ที่รสเรียบเรียงมาให้นะคะ ส่วนทางด้านกระต่ายจะออกมาชี้แจงถึงประเด็น "เบิกจ่ายทิพย์" หรือมีหลักฐานโต้แย้งอย่างไรบ้าง ต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ