กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ Buffalo Hunter หรือ ล่าแก๊งควายหลอกพนันกำถั่ว เข้าทลายเครือข่ายมิจฉาชีพมืออาชีพที่ตระเวนก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. สนธิกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ 2 จุดใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ จนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่าได้รวม 6 ราย พร้อมยึดของกลางจำนวนมากมูลค่ามหาศาล ทั้งเงินสดกว่า 1 ล้านบาท ทองคำรูปพรรณหนักรวม 17 บาท อาวุธปืนและเครื่องกระสุน รวมถึงเอกสารและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีกหลายรายการ
พฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ถือว่ามีความเชี่ยวชาญและวางแผนมาอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการคัดเลือกเหยื่อที่ประกาศขายที่ดินมูลค่าสูง โดยกลุ่มคนร้ายจะแบ่งหน้าที่กันอย่างแยบยล มีตัวละครสมทบที่ทำทีเข้ามาตีสนิทเพื่อขอซื้อที่ดินสร้างความไว้วางใจ ก่อนจะพ่วงเหยื่อเข้าสู่กระบวนการจัดฉากแนะนำให้รู้จักกับ เศรษฐีนี ที่มีพฤติกรรมชอบเล่นพนันกำถั่วเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อเหยื่อตายใจจะถูกชักชวนให้เข้ามาร่วมเล่นพนันโดยอ้างว่ามี กลโกง ที่สามารถล็อกผลให้ชนะได้แน่นอน ในช่วงแรกคนร้ายจะแกล้งให้เหยื่อชนะเพื่อให้เกิดความโลภและมั่นใจ ก่อนจะเปลี่ยนแผนในรอบเดิมพันสูงด้วยการจัดฉากว่าเหยื่อทำเมล็ดฟักทองตกหล่นหาย ทำให้ต้องรับผิดชอบชดใช้เงินเดิมพันมหาศาล

ความโหดเหี้ยมของขบวนการนี้คือการบีบคั้นให้เหยื่อถลำลึก นำไปสู่การกู้เงินธนาคาร ขายฝากโฉนดที่ดิน และหยิบยืมญาติพี่น้องเพื่อนำมาแก้มือซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บเงินค่าค้ำประกันบ่อนผ่านบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง จนเหยื่อหมดตัวและเข้าแจ้งความดำเนินคดีในที่สุด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเชิงลึกจึงพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีประวัติอาชญากรรมโชกโชน หลายรายมีหมายจับค้างเก่าจากหลายสถานีตำรวจ ทั้งศาลจังหวัดสงขลา หัวหิน และแขวงภูเก็ต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมืออาชีพในการหลบหนีและวนเวียนก่อเหตุมาอย่างยาวนาน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยในขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกส่งตัวดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์และอั้งยี่ซ่องโจร แม้ผู้ต้องหาบางรายจะยังคงให้การปฏิเสธ แต่ด้วยพยานหลักฐานที่แน่นหนาโดยเฉพาะการตรวจพบเงินปลอม สมุดบัญชีธนาคาร และหลักฐานการโอนเงินจำนวนมาก ยืนยันถึงความเชื่อมโยงของขบวนการได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางขอเตือนภัยสังคมให้พึงระมัดระวังกลโกงในรูปแบบการตีสนิทชักชวนเล่นพนันหรือลงทุนที่อ้างว่าจะได้กำไรแน่นอน เพราะนี่คือกับดักที่มิจฉาชีพใช้ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมานักต่อนัก หากใครเคยตกเป็นเหยื่อหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับแก๊งมิจฉาชีพในลักษณะนี้ สามารถประสานข้อมูลมายังกองบังคับการปราบปรามได้ทันที เพื่อที่ทางตำรวจจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการนี้ให้สิ้นซากและสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมไทยต่อไป
