รวบผัวเมียบัญชีม้า โยงคดีลงทุนออนไลน์ อ้างถูกหลอกเปิดบัญชีก่อนพาข้ามแดน
รวบผัวเมียบัญชีม้า โยงคดีลงทุนออนไลน์ อ้างถูกหลอกเปิดบัญชีก่อนพาข้ามแดน
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบผัวเมียบัญชีม้า โยงคดีลงทุนออนไลน์ อ้างถูกหลอกเปิดบัญชีก่อนพาข้ามแดน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ได้เข้าจับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 44 ปี และนางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 42 ปี สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกและศาลจังหวัดนครสวรรค์ ในข้อหา เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด รวมถึงเป็นผู้สนับสนุนความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยจับกุมได้บริเวณหน้าเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 1 ตำบลหนองแก อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

พฤติการณ์แห่งคดีเริ่มจากผู้เสียหายหลายรายพบโฆษณาชักชวนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกลุ่มคนร้ายแอบอ้างชื่อและภาพลักษณ์ของกิจการที่มีชื่อเสียง สร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมโฆษณาผลตอบแทนสูงเกินจริงและอ้างว่าสามารถสร้างกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้น ก่อนจะชักชวนให้สมัครสมาชิกผ่านเว็บไซต์ลงทุนปลอมและติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ส่งข้อมูลการลงทุน ตารางผลตอบแทน รวมถึงแสดงยอดกำไรในระบบให้ผู้เสียหายเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและจูงใจให้เพิ่มวงเงินลงทุน ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและทยอยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่กลุ่มคนร้ายกำหนดหลายครั้ง

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินและผลกำไรออกจากระบบ กลุ่มคนร้ายได้อ้างว่าจำเป็นต้องชำระค่าดำเนินการ ค่านำเทรด ค่าประกันความเสียหาย หรือค่าภาษีเพิ่มเติมก่อน จึงจะสามารถดำเนินการถอนเงินได้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มเติมตามที่ถูกเรียกร้อง แต่ภายหลังกลุ่มคนร้ายยังคงอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ และเรียกเก็บเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินได้และเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

จากการสืบสวนสอบสวนในแต่ละคดี พบว่าเส้นทางการเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารหลายบัญชี โดยมีบัญชีธนาคารของนายเอ และนางสาวบี ปรากฏเป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีหลอกลวงลงทุนออนไลน์ต่างกรรมต่างวาระ โดยในคดีของนายอานนท์ฯ นั้น มีมูลค่าความเสียหายถึง 494,177.03 บาท เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ

ภายหลังการจับกุมและสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาทั้งสองซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ให้การสอดคล้องกันว่า เมื่อประมาณปี 2568 ได้รู้จักกับหญิงรายหนึ่งซึ่งชักชวนให้เดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทนในการเปิดบัญชี ทั้งสองจึงเดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชี ก่อนส่งมอบสมุดบัญชี บัตร ATM และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคคลที่เป็นผู้นำพา โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายบัญชี

ผู้ต้องหาทั้งสองให้การเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากเปิดบัญชีแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้จัดหาที่พักให้และนำพาเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน ก่อนลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีบุคคลอื่นพักอาศัยอยู่รวมกันหลายราย โดยในแต่ละวันจะมีผู้ควบคุมเรียกบุคคลตามรายชื่อให้เข้าทำการสแกนใบหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง ก่อนส่งเครื่องกลับไปยังห้องควบคุม โดยผู้ที่ถูกนำพาไปไม่สามารถทราบได้ว่ามีการนำบัญชีธนาคารไปใช้ดำเนินการใดบ้าง ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันต่อเนื่องประมาณ 10 วัน ก่อนจะถูกนำตัวกลับเข้ามาในประเทศไทย เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

ตำรวจสอบสวนกลางจึงขอเตือนภัยประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังต่อโฆษณาชักชวนลงทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่อ้างผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากมิจฉาชีพมักแอบอ้างชื่อบริษัทหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันปลอมหลอกให้โอนเงินลงทุน นอกจากนี้ ขอเตือนไม่ให้เปิดบัญชีธนาคารหรือมอบสมุดบัญชี บัตร ATM รหัสผ่าน หรือข้อมูลยืนยันตัวตนให้แก่บุคคลอื่นโดยเด็ดขาด เพราะอาจถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งเจ้าของบัญชีอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน AOC 1441 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ