วันที่ 3 มิถุนายน 2569 สำนักข่าว Reuters ได้มีการรายงานระบุว่า เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้ว ที่กัมพูชาและไทยต่างอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในพื้นที่ทางทะเลประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย พื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวประเมินว่ามีก๊าซธรรมชาติสำรองเกือบ 12 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต และน้ำมันดิบจำนวนมหาศาล คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 9.8 ล้านล้านบาท)
ในปี 2544 ประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือในการพัฒนาทรัพยากรพลังงานร่วมกันในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลไทยได้ประกาศยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวเพียงฝ่ายเดียว เพื่อทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลังจากเกิดเหตุปะทะนองเลือดบริเวณพรมแดนทางบกที่มีข้อพิพาทกันถึง 2 ระลอกเมื่อปีที่แล้ว
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (2 มิ.ย. 69) กัมพูชาประกาศว่าได้เริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยแบบบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) กลไกนี้คือวิธีการระงับข้อพิพาทที่ประเทศสมาชิกที่ลงนามในอนุสัญญาฯ สามารถเริ่มดำเนินการต่ออีกประเทศหนึ่งได้ โดยแต่ละประเทศจะแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ย ฝ่ายละ 2 คน เพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการไกล่เกลี่ย จากนั้นคณะกรรมาธิการจะร่วมกันเลือกสมาชิกคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่เป็นประธาน
คณะกรรมาธิการชุดนี้จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของแต่ละรัฐ เพื่อจัดทำชุดข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และส่งรายงานดังกล่าวไปยังเลขาธิการสหประชาชาติต่อไป แม้ว่าที่ผ่านมา กลไกที่ได้รับการสนับสนุนจาก UN นี้ เคยถูกนำมาใช้เพียงครั้งเดียวโดยประเทศติมอร์-เลสเต ซึ่งประสบความสำเร็จในการยุติข้อพิพาททางทะเลที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษกับออสเตรเลีย
ทั้งนี้ ติมอร์-เลสเต เริ่มกระบวนการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2559 โดยการส่งหนังสือแจ้งไปยังออสเตรเลีย ซึ่งออสเตรเลียตกลงเข้าร่วมกระบวนการในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา และภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี (ต้นเดือนมีนาคม 2561) ทั้งสองประเทศก็ได้ลงนามในสนธิสัญญาเขตแดนทางทะเล ณ สำนักงานใหญ่ UN ต่อหน้าเลขาธิการ UN
ฝ่ายกัมพูชาได้มอบหมายให้นายปรัก สุคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนในการดำเนินกระบวนการนี้ พร้อมทั้งแต่งตั้ง นายปีเตอร์ ตักโซ-เยนเซ่น นักการทูตชาวเดนมาร์ก และนายฌอง-มาร์ค ตูเวแนง นักวิชาการชาวฝรั่งเศส เป็นกรรมาธิการฝ่ายกัมพูชา โดยนายตักโซ-เยนเซ่น เคยทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่ดูแลการเจรจาระหว่างติมอร์-เลสเตและออสเตรเลียมาแล้ว
ตามคำแถลงของรัฐบาลกัมพูชา ประเทศไทยมีเวลา 21 วันหลังจากได้รับหนังสือแจ้งในการแต่งตั้งผู้ไกล่เกลี่ย หากไม่ดำเนินการ กัมพูชาสามารถร้องขอให้เลขาธิการ UN เป็นผู้แต่งตั้งแทนได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการแต่งตั้งสมาชิกคณะกรรมาธิการครบทั้ง 4 คนแล้ว ทั้งหมดจะต้องเลือกประธานคณะกรรมาธิการภายใน 30 วัน ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการพิจารณาในลำดับถัดไป