วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมผู้นำชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน เห็นชอบแผนฉุกเฉิน เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนประจำปี ที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ท่ามกลางความกังวลต่อราคาพลังงาน เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของแรงงานในตะวันออกกลาง
รายงานระบุว่า เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม และเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามครั้งนี้ ได้สั่งลดความหรูหราและพิธีการต่างๆ ของการประชุม เพื่อสะท้อนภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังเผชิญแรงกดดัน
สำหรับแผนฉุกเฉินของอาเซียน ประกอบด้วยหลายมาตรการ อาทิ การเร่งให้สัตยาบันข้อตกลงแบ่งปันเชื้อเพลิงฉุกเฉินระหว่างประเทศสมาชิก การวางแผนจัดตั้งโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค การสร้างคลังสำรองน้ำมัน รวมถึงการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อลดการพึ่งพาพื้นที่เสี่ยง
นอกจากนี้ ผู้นำอาเซียนยังเห็นชอบให้ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และศึกษาการใช้เทคโนโลยีพลังงานใหม่ รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีมาร์กอสยอมรับว่า การจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองระดับภูมิภาคและระบบโครงข่ายไฟฟ้าร่วมกัน ยังเป็นเรื่องซับซ้อนและอาจต้องใช้เวลานาน โดยระบุว่าจำเป็นต้องหารือว่าจะจัดเก็บคลังน้ำมันไว้ในประเทศเดียว หรือกระจายอยู่ในหลายประเทศสมาชิก
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญในการประชุม คือ ความกังวลเกี่ยวกับการอพยพแรงงานอาเซียนในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์กลับมาปะทุรุนแรงอีกครั้ง เนื่องจากมีชาวอาเซียนมากกว่า 1 ล้านคน ทำงานและอาศัยอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว
นอกจากสถานการณ์ตะวันออกกลางแล้ว ที่ประชุมยังหารือประเด็นสำคัญในภูมิภาค ทั้งข้อพิพาททะเลจีนใต้ สงครามกลางเมืองในเมียนมา และความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ชมคลิป