บุกวัดร่มโพธิธรรม หลังเพิกเฉยคำสั่งรัฐนานเกือบ 9 ปี ทวงคืนผืนป่ากว่า 754 ไร่
บุกวัดร่มโพธิธรรม หลังเพิกเฉยคำสั่งรัฐนานเกือบ 9 ปี ทวงคืนผืนป่ากว่า 754 ไร่
ข่าวสังคม - โซเชียล

บุกวัดร่มโพธิธรรม หลังเพิกเฉยคำสั่งรัฐนานเกือบ 9 ปี ทวงคืนผืนป่ากว่า 754 ไร่

ฟังข่าวนี้

บรรยากาศยามเช้าที่อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย เต็มไปด้วยความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน” ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถึงที่สุด และทวงคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ดิน ส.ป.ก. ที่ถูกครอบครองรวมกว่า 754 ไร่

ในการปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์นี้ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และ ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้เข้าร่วมในฐานะ ผู้สังเกตการณ์ ตามคำเชิญของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานอย่างใกล้ชิด พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และสะท้อนบทบาทของภาคประชาชนในการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย กรมป่าไม้, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (บิ๊กเต่า) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐกว่า 50 หน่วยงาน บูรณาการกำลังร่วมกันลงพื้นที่ วัดร่มโพธิธรรม อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย เพื่อดำเนินการตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

การปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดำเนินการตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและคำพิพากษาถึงที่สุด โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าติดประกาศคำสั่งของกรมป่าไม้ เพื่อให้ผู้ครอบครองและผู้ที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่พิพาท ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ดิน ส.ป.ก. รวมเนื้อที่กว่า 754 ไร่

การดำเนินการครั้งนี้สืบเนื่องจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 9 ปี ที่ผ่านมา ยังไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ส่งผลให้เกิดการระดมกำลังจากหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว บิ๊กเต่า รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.),  นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์  รองอธิบดีกรมป่าไม้ , นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,พลตำรวจตรี เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการ ปทส. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมปฏิบัติการอย่างพร้อมเพรียง เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

ตลอดการลงพื้นที่ มูลนิธิทนายกองทัพธรรมได้ติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดในฐานะผู้สังเกตการณ์ โดยยึดหลักการเคารพอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ไม่ก้าวล่วงการปฏิบัติงาน และให้ความสำคัญกับการดำเนินการทุกขั้นตอนที่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย หลักนิติรัฐ และหลักนิติธรรม อันเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามหลักนิติรัฐและคำพิพากษาของศาล โดยมีเป้าหมายรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ คุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ และสร้างมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง ยุติธรรม และเท่าเทียมกับทุกฝ่าย ไม่มีบุคคลหรือองค์กรใดอยู่เหนือกฎหมาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าติดตั้งป้ายประกาศของกรมป่าไม้ พร้อมดำเนินการวัดและสำรวจสิ่งปลูกสร้างภายในพื้นที่กว่า 1,000 รายการ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 27 โซน โดยกรมป่าไม้กำหนดเร่งรัดการปฏิบัติการให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน

ปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน” จึงไม่ใช่เพียงการเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด สะท้อนความมุ่งมั่นของภาครัฐในการทวงคืนทรัพยากรของแผ่นดิน และยืนยันว่าหลักนิติรัฐจะต้องได้รับการคุ้มครองและบังคับใช้อย่างเสมอภาคกับทุกฝ่าย โดยมีภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และความศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ