สคบ. ลุยตรวจบุฟเฟต์กลางกรุง สั่งคุมเข้มโฆษณา-ราคาแฝง ป้องกันหลอกลวงผู้บริโภค
สคบ. ลุยตรวจบุฟเฟต์กลางกรุง สั่งคุมเข้มโฆษณา-ราคาแฝง ป้องกันหลอกลวงผู้บริโภค
ข่าวสังคม - โซเชียล

สคบ. ลุยตรวจบุฟเฟต์กลางกรุง สั่งคุมเข้มโฆษณา-ราคาแฝง ป้องกันหลอกลวงผู้บริโภค

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมด้วย นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกร้านอาหารบุฟเฟต์ในพื้นที่เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานเขตปทุมวัน ร่วมภารกิจในครั้งนี้

การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพ สิทธิของประชาชน และความเป็นธรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์ ซึ่งเป็นที่นิยมและมีการแข่งขันสูงด้านโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การแข่งขันด้วยโปรโมชันเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องตั้งอยู่บนความซื่อตรง ผู้บริโภคต้องได้รับบริการตรงตามที่โฆษณาไว้ ตนไม่ต้องการให้ประชาชนถูกหลอกก่อนแล้วค่อยมาตามแก้ไขปัญหา ดังนั้น สคบ. จึงลงมาตรวจเชิงรุกถึงหน้าร้าน เพื่อตรวจสอบว่าข้อความโฆษณา ราคา และเงื่อนไข ตรงกับบริการจริงที่ประชาชนได้รับหรือไม่ พร้อมเชื่อมั่นว่าร้านค้าที่มีมาตรฐานจะได้รับการสนับสนุน แต่ร้านค้าที่เอาเปรียบผู้บริโภค สคบ. จะดำเนินการให้ถึงที่สุด

สำหรับการตรวจครั้งนี้ สคบ. เน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ป้ายโฆษณาและโปรโมชัน ต้องระบุเงื่อนไขให้ครบถ้วนก่อนลูกค้าตัดสินใจ เพื่อป้องกันกรณีป้ายตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนอย่างหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขจำกัดสิทธิที่ใช้ตัวอักษรขนาดเล็ก

2. ภาพอาหารและเมนู ต้องตรงกับของจริง หากรายการใดหมด ต้องแจ้งลูกค้าก่อนใช้บริการ

3. ราคาต้องชัดเจน หากมีค่าบริการหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องแจ้งให้ครบถ้วนก่อนชำระเงิน รวมถึงคูปองที่ขายล่วงหน้าทางออนไลน์ ต้องระบุเงื่อนไขให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนขาย

นางสาวศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน โดย สคบ. ตรวจสอบเรื่องโฆษณาและเงื่อนไขการให้บริการ ขณะที่ อย. ตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงควบคุมการแอบอ้างสรรพคุณเกินจริง ซึ่งมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารทางห้องปฏิบัติการ ส่วนกรมการค้าภายในตรวจสอบการแสดงราคาและการคิดราคาเกินสมควร และสำนักงานเขตปทุมวันตรวจสอบด้านความสะอาดและสุขอนามัย เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคครอบคลุมทั้งราคา คุณภาพ ความปลอดภัย สุขอนามัย และความเป็นธรรมในคราวเดียวกัน

ทั้งนี้ หากพบการโฆษณาเกินจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 22 ประกอบมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีจัดโปรโมชันแต่ไม่แจ้งเงื่อนไขให้ครบถ้วน อาจมีโทษตามมาตรา 48 และหากขายคูปองล่วงหน้าแล้วปิดกิจการหลบหนีโดยมีเจตนาหลอกลวง อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ สคบ. ยังมีอำนาจดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคตามมาตรา 39 เพื่อรวบรวมผู้เสียหายและฟ้องเรียกเงินคืนพร้อมกัน ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง

ขอให้ประชาชนตรวจสอบรายละเอียดก่อนตัดสินใจใช้บริการ โดยเฉพาะเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และค่าบริการ (Service Charge) ว่าได้รวมอยู่ในราคาที่โฆษณาแล้วหรือไม่ หากยังไม่รวม ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อมูลและแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจใช้บริการ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนและการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมภายหลัง พร้อมขอให้ประชาชนสอบถามเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ครบถ้วน และตรวจสอบใบเสร็จทุกครั้งหลังชำระเงิน ดิฉันขอยืนยันว่า สคบ. จะดูแลให้ทุกจานที่เสิร์ฟ ตรงกับทุกคำที่โฆษณา เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม และผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นใจ นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย

หากพบปัญหาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้บริโภคสามารถร้องทุกข์ได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ