จากกรณีที่เพจ บิ๊กเกรียน เผยแพร่เรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งที่เสียชีวิตภายหลังรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักยี่ห้อ “บาชิ” จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม และมีการตั้งข้อสังเกตถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

ล่าสุด วันนี้ที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ สน.ดินแดง น.ส.เกตุ พี่สาวของ น.ส.น้ำ ผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีและให้ข้อมูลเพิ่มเติม
น.ส.เกตุ เปิดเผยว่า น้องสาวสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อ “บาชิ” ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok จากผู้จำหน่ายชื่อ “บาชิตัวช่วยปังปัง” เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 หลังจากต้องการลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ชีวิตในช่วงเทศกาล โดยรับประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดอาการช็อกและหมดสติภายในห้องพัก ก่อนพ่อผู้เสียชีวิตจะมาพบในเวลาต่อมา สร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับครอบครัว โดยเฉพาะลูกสาววัย 5 ขวบ ที่ต้องสูญเสียแม่ไปอย่างกะทันหัน

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง พร้อมแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เข้าตรวจสอบภายในห้องพัก พบกระปุกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “บาชิ” พร้อมเอกสารการสั่งซื้อวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเลขสารบบอาหาร หรือเลข อย. แสดงอยู่บนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ครอบครัวยังได้รับข้อมูลว่า ผลการตรวจผลิตภัณฑ์ “บาชิ” พบสารต้องห้าม “ไซบูทรามีน” ซึ่งเป็นสารที่เคยใช้ในยาลดน้ำหนัก แต่ถูกห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวและภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และเคยปรากฏเป็นข่าวถูกทลายโดยตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปคบ.) ร่วมกับ อย. ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายและยึดของกลางเป็นยาลดน้ำหนักยี่ห้อ บาชิ (Baschi),และยี่ห้ออื่น ๆ ลักลอบจำหน่ายทางออนไลน์ เนื่องจากตรวจพบการลักลอบผสมสาร ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 ที่ผิดกฎหมายและอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างการเสียชีวิตกับการรับประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ยังต้องรอผลการสอบสวนและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พี่สาวผู้เสียชีวิตระบุว่า วันนี้เดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกด้าน เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องหากพบว่ามีการกระทำผิดตามกฎหมาย รวมถึงเรียกร้องเงินชดเชยเยียวยาแก่ครอบครัว เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นผู้ดูแลลูกสาววัย 5 ขวบ
นอกจากนี้ ยังฝากถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ให้เพิ่มมาตรการตรวจสอบและคัดกรองสินค้าที่นำมาจำหน่าย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสินค้าสุขภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีการรับรองอย่างถูกต้องเข้าสู่ระบบการขายได้ง่าย พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ที่รีวิวผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักว่า ควรมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคมากกว่านี้ เพราะไม่แน่ใจว่าน้องสาวตัดสินใจซื้อสินค้าจากการรับชมรีวิวหรือไม่ โดยเห็นว่าผู้รีวิวบางรายอาจรับงานโฆษณาเพียงเพื่อสร้างรายได้โดยไม่ได้ทดลองใช้สินค้าจริง จึงอยากให้มีการตรวจสอบข้อมูลและทดลองใช้ด้วยตนเองก่อนนำเสนอ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยกับผู้อื่น
ด้าน พ.ต.ท.ปิติพล พรหมแก้ว รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สน.ดินแดง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หลังจากทางนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปตรวจสอบแล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และคาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้า หากผลตรวจยืนยันถึงการกระทำความผิดหรือมีความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิต ก็จะเร่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เพิกเฉยต่อคดีดังกล่าว และกำลังติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดพร้อมจะขยายผลคดีนี้ให้ถึงที่สุด