รัฐบาลเตรียมทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังพบข้อกังวลกรณีลูกนำชื่อพ่อแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษี จนอาจส่งผลให้พ่อแม่ถูกตัดสิทธิ์ทั้งที่ไม่ได้รับการดูแลจริง โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้คณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเร่งพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ได้รับผลกระทบ
นายเอกนิติย้ำว่า จุดประสงค์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริง ไม่มีผู้ดูแล และเข้าไม่ถึงสวัสดิการอื่นของรัฐ โดยปัจจุบันมีผู้ถือบัตรกว่า 13.2 ล้านคน ซึ่งมีทั้งผู้ที่เดือดร้อนจริงและผู้ที่อาจไม่ได้เข้าเกณฑ์ความช่วยเหลืออย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยได้เร่งสำรวจและค้นหาผู้มีสิทธิ์ที่ตกหล่นจากระบบ ระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงมากขึ้น
สำหรับประเด็นการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีของบุตร นายเอกนิติระบุว่า หลักเกณฑ์ที่เคยเสนอให้พิจารณาไม่ได้กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้โดยตรง และมองว่าการนำข้อมูลการลดหย่อนภาษีในปีที่ผ่านมาไปใช้ตัดสิทธิ์พ่อแม่ อาจสร้างความไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในกรณีที่ลูกใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง จึงมีแนวโน้มว่าจะไม่นำเกณฑ์นี้มาใช้ในการพิจารณาปีนี้ ส่วนในปีต่อไปจะมีการทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง
ทั้งนี้ นายเอกนิติยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่อย่างใด กระบวนการที่ดำเนินอยู่เป็นเพียงการสำรวจข้อมูลและยืนยันตัวตน เพื่อนำไปประกอบการทบทวนหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ที่อาจหลุดจากสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังสามารถเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับสิทธิ์ย้อนหลัง 2 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
รัฐบาลย้ำว่าการทบทวนครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิ์ให้ตรงกลุ่มมากที่สุด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงแต่เคยตกหล่นจากระบบ ได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม