วันที่ 8 มิ.ย.69 นายธีรัตม์ (สงวนนามสกุล) บิดาของเด็กชายเอ (นามสมมติ) อยู่บ้านเลขที่ 84 ม.8 ต.สะกาด อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า เด็กชายเอ (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.4 อายุ 9 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย ถูกครูโรงเรียนประถมศึกษา แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ลงโทษด้วยการให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บปวดที่น่อง และต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ มาหลายวันแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสามถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

พบกับนางสาวมาริสา (สงวนนามสกุล) ผู้เป็นแม่ และนางสาย (สงวนนามสกุล) คุณย่าของเด็กนักเรียนคนดังกล่าว กำลังดูแลเด็กชายที่ได้รับาดเจ็บและใหดทดลองเดิน ซึ่งยังคงพบว่า ร่างกาย โดยเฉพาะขายังไม่แข็งแรงและเดินยังไม่สะดวก
ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณหลังพักเที่ยง(ทานอาหารเสร็จ)โดนคุณครู (โรงเรียนชื่อดังประจำอำเภอสังขะ) สังกัด สพป.สร.3 คุณครูสั่งให้ลูกชายกระโดดตบ จํานวน 1,000 ครั้ง หลังจากลูกชายที่เล่าให้ฟังว่า ได้เดินเข้าไปเก็บขวดน้ำในบริเวณ สนามฟุตบอล ด้านหลังประตูฟุตบอล ขณะที่กำลังเก็บขวดน้ำจะเอาไปทิ้งในถังขยะอยู่นั้น คุณครูเข้าใจว่านักเรียนเป็นคนเอาขวดน้ำไปทิ้งบริเวณดังกล่าว ครูจึงนัดหมายให้ นักเรียนมาพบคุณครูหลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ บริเวณโดมของโรงเรียน ซึ่งเป็นอาคารอเนกประสงค์ใกล้กลับหอประชุมเก่า

หลังจากนักเรียนรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว และเดินไปพบครูที่จุดนัดหมาย โดยนักเรียนเข้าใจว่าครูเรียกมาสอบถาม หรือให้ ช่วยงาน แต่เมื่อนักเรียนไปถึงคุณครูสั่งให้นักเรียนกระโดดตบจำนวน 1,500 ครั้ง นักเรียนจึงกระโดดตบไป ได้จำนวน 1,000 ครั้ง รู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป เหมือนหัวใจจะหลุดออกมา ก็เลยบอกครูไปว่า ตัวเองกระโดดตบไม่ไหวแล้ว คุณครูจึงสั่งให้ไปพักได้ พอกลับถึงบ้านเด็กนักเรียนเลือกที่จะไม่เล่าบอกคุณแม่
ต่อมาช่วงเย็น วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 คุณแม่สังเกตุอาการพบว่าลูกเดินผิดปกติ จึงได้เรียกมาสอบถามว่าเป็นอะไรทำไมถึงเดินแบบนี้ ลูกชายเล่าให้ฟังว่า มีอาการปวดข้อเท้า เจ็บบริเวณน่อง อ่อนเพลีย และเล่าให้แม่ฟังว่าถูกคุณครูทำโทษตามที่กล่าวมาข้างต้น
คุณแม่ เปิดเผยอีกว่า พอคุณแม่ดูขาลูกชาย จึงได้โทรปรึกษาเพื่อนที่เป็นพยาบาลว่าอาการแบบนี้ต้องทำอย่างไร จากนั้นคุณแม่จึงพาลูกชายไปพบแพทย์โรงพยาบาลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ โดยแพทย์ตรวจอาการแล้ว จึงรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยใน อาการเบื้องต้นมี ความดันต่ำปัสสาวะมีสีเข้ม จึงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยได้รับน้ำเกลือ และน้ำเกลือแร่ได้เจาะเลือดไปตรวจ และ นำน้ำปัสสาวะไปตรวจเพื่อตรวจสอบ และอยู่ในสังเกตการณ์อาการของแพทย์ โดยได้รับการรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จนถึง วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เด็กยังพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลลำดวน
ถัดมาวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผู้อำนวยการโรงเรียนฯรองผู้อำนวยการ คณะคุณครู ได้เข้ามาเยี่ยมอาการของเด็กนักเรียน และพูดคุยถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏ และมอบเงินให้ครอบครัวของเด็กนักเรียนจำนวน 10,000 บาท แต่ที่น่าแปลกใจคือ คุณครูที่สั่งทำโทษเด็กนักเรียนก็เดินทางมาด้วยเช่นกัน แต่ไม่ยอมเข้าไปเยี่ยมเด็กนักเรียน ซึ่งได้ยืนรออยู่ข้างนอกห้อง
ต่อมาครอบครัวได้ปรึกษากันว่าไม่ขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าว จึงได้นำเงินจำนวน 10,000 บาท มาลงบันทึกประจำวันเพื่อขอคืนเงืนให้กับทางโรงเรียน โดยไม่มีความประสงค์ขอรับเงินดังกล่าว จากนั้นมา ผู้ปกครองได้รับทราบว่า คุณครูที่สั่งลงโทษนักเรียนให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง ไม่ยอมรับผิดและยืนยันว่าตนเองไม่ได้สั่งให้เด็กกระโดดตบและไม่ได้เจอเด็กวันและเวลาดังกล่าว ครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับคุณครูผู้ก่อเเหตุ
และเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 โรงพยาบาลลำดวน ได้ส่งตัวเด็กนักเรียนเข้าไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ (โรงพยาบาลประจำจังหวัด) เนื่องจากมีเครื่องมือและแพทย์ที่เชี่ยวชาญกว่าในการรักษาเด็ก
คุณแม่กล่าวอีกว่า คุณครูที่สั่งทำโทษเด็กเอามาตฐานอะไรหรือคำสั่งของกระทรวงศึกษาธิการฉบับไหน มาลงโทษเด็กหนักขนาดนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบหาความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของตนเองด้วย
คุณย่าของเด็กนักเรียน กล่าวว่า หลานทำอะไรผิดหนักหนา ทำไมคุณครูถึงได้ลงโทษเด็กขนาดนี้ ตนได้ยินข่าวครั้งแรกว่าหลานชายถูกครูทำโทษและเข้าโรงพยาบาล แทบซ็อก เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ด้าน พ.ต.ต.สยามรัตน์ ภูมี สารวัตรสอบสวน สภ.สังขะ กล่าวว่า ครู และนักเรียนพูดบอกกล่าวไม่ตรงกัน จึงทำการติดตามสืบสวนการกระทำดังกล่าว ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือกระทำผิดต่อร่างกายเด็กจริงหรือไม่ พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้แล้ว จะ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ล่าสุดวันนี้ 8 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สภ.สังขะ ได้พาแม่ของเด็ก เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสุรินทร์ เพื่อขอคำแนะนำในการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวกับเด็ก
ในขณะเดียวกันคุณย่า และเด็กชายเอ (นามสมมติ) ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่จิตแพทย์ โรงพยาบาลสุรินทร์ ได้ร่วมกันสอบถามเด็ก แต่ยังไม่ข้อสรุปว่าจะดูแลเยียวยาสภาพจิตใจเด็กนักเรียนที่ถูกกระทำอย่างไรบ้าง และคุณย่าของเด็กนักเรียนคนดังกล่าว ยังถูกตำหนิจากเจ้าหน้าที่บางคนว่า เรื่องแค่นี้ ทำไมถึงต้องไปบอกนักข่าว และทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต อีกด้วย
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดสุรินทร์ รายงาน