วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายธีรวัฌน์ หมีคำ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิกกองร้อย อส. อำเภอนิคมคำสร้อยที่ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มเยาวชนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้า-ออก กุฏิพระภายในวัดแห่งหนึ่งเป็นประจำในช่วงเวลากลางคืน โดยจากการสืบสวนเชิงลึกพบข้อมูลว่า พระภิกษุรูปดังกล่าวอาจมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการมั่วสุมและเสพยาเสพติดร่วมกับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ พร้อมเชิญกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ โดยพบพระภิกษุอาศัยอยู่ภายในวัดจำนวน 5 รูป จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก่อนนิมนต์พระทุกรูปเข้ารับการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ
ผลการตรวจพบพระภิกษุ 1 รูป อายุ 42 ปี บวชมาแล้ว 4 พรรษา มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร และมาจำพรรษาอยู่ในพื้นที่บ้านขอนแก่น ตำบลนาอุดม อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร โดยผลการตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกาย
จากการสอบถาม พระรายดังกล่าว ยอมรับต่อเจ้าอาวาสและเจ้าหน้าที่ว่า ได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จำนวน 5 เม็ด ซึ่งได้รับมาจากกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้ชี้แจงสิทธิและขั้นตอนตามกฎหมาย โดยพระภิกษุดังกล่าวแสดงความสมัครใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา
ภายหลัง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระรายนี้เข้าพบเจ้าคณะตำบลนาอุดม เพื่อดำเนินการตามพระธรรมวินัย โดยทำการลาสิกขา ก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม ขณะที่ฝ่ายปกครองอำเภอนิคมคำสร้อยจะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป