รวบ ผัวเมีย สุดแสบ รับจ้างส่งสินค้าแล้วหายเงียบ สุดท้ายพบรถถูกจอดทิ้งในสวนสาธารณะ
รวบ ผัวเมีย สุดแสบ รับจ้างส่งสินค้าแล้วหายเงียบ สุดท้ายพบรถถูกจอดทิ้งในสวนสาธารณะ
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบ ผัวเมีย สุดแสบ รับจ้างส่งสินค้าแล้วหายเงียบ สุดท้ายพบรถถูกจอดทิ้งในสวนสาธารณะ

ฟังข่าวนี้

​วันที่ 3 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. ​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ.

ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเลยได้ 2 ราย ได้แก่ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี และนางสาวบี (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน ตามหมายจับศาลจังหวัดเลย ที่ 105/2568 และ 106/2568 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาทั้งสองได้เข้ารับจ้างขับรถส่งสินค้าให้กับบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง โดยบริษัทได้มอบรถตู้พร้อมสินค้าสำหรับนำไปจัดส่งให้ลูกค้าตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งทั้งสองมีหน้าที่ตรวจสอบและนำส่งสินค้าให้ถึงปลายทางตามที่ได้รับมอบหมาย

ในภารกิจครั้งแรก ผู้ต้องหาทั้งสองได้รับมอบหมายให้นำสินค้าไปส่งที่จังหวัดขอนแก่น และสามารถดำเนินการได้ตามปกติโดยไม่พบความเสียหายใด ๆ ต่อมา บริษัทได้มอบหมายให้ขนส่งสินค้าไปยังจังหวัดหนองบัวลำภู แต่หลังจากรับรถและสินค้าไปแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสองกลับนำรถตู้ไปจอดทิ้งไว้บริเวณสวนสาธารณะในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู และไม่ได้ดำเนินการส่งมอบสินค้าตามที่ได้รับมอบหมาย

ภายหลังบริษัทติดตามรถกลับคืนมาได้ และตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถ พบว่าสินค้าบางส่วนได้รับความเสียหาย ขณะที่สินค้าหลายรายการสูญหาย จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้หลบหนีเข้ามาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และกำลังเตรียมเดินทางไปต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าตรวจสอบบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ

เมื่อเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบบุคคลที่มีลักษณะตรงตามตำหนิรูปพรรณของผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว จากการตรวจสอบพบว่าเป็นนายสุรชัยฯ และนางสาวชลลดาฯ ตามหมายจับจริง โดยผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าว และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวมาจัดทำบันทึกการจับกุมที่กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่าได้เข้าทำงานเป็นพนักงานขนส่งสินค้าให้กับบริษัทดังกล่าวจริง และได้รับมอบหมายให้นำสินค้าไปส่งตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งการส่งสินค้าครั้งแรกที่จังหวัดขอนแก่นได้รับค่าจ้างรวม 700 บาท แต่ได้รับเงินล่วงหน้าเพียง 300 บาท และยังคงมีค่าจ้างค้างจ่ายอีก 400 บาท

จนกระทั่งได้รับมอบหมายให้ขนส่งสินค้าไปยังจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้ต้องหาอ้างว่าได้ทวงถามค่าจ้างที่ค้างอยู่ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับจากบริษัท จึงตัดสินใจขับรถไปแวะที่บ้านในจังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนนำรถตู้ไปจอดทิ้งไว้ที่สวนสาธารณะ และไม่ได้ดำเนินการส่งสินค้าตามที่ได้รับมอบหมายแต่อย่างใด โดยยอมรับการกระทำตามข้อกล่าวหาทั้งหมด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ