วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์หลังเดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง พร้อมเตือนภัยนักท่องเที่ยว โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมได้ หลังเข้าพักที่โรงแรมระดับ 4-5 ดาว บริเวณอ่าวช่อ และเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้โพสต์ข้อความระบุว่า ขอเก็บไว้ในความทรงจำและเตือนภัยทุกคน ลาก่อนเกาะเสม็ดตลอดชีวิต หลังจากไม่ได้ไปมานานถึง 20 ปี แต่การไปครั้งนี้กลับติดอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล
ทางเจ้าของโพสต์เล่ารายละเอียดเพิ่มเติมว่า ได้เดินทางไปเที่ยวที่อ่าวช่อบนเกาะเสม็ด พร้อมกับคณะรวมทั้งหมด 12 คน ซึ่งมีทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย และหญิงตั้งครรภ์ โดยได้ตัดสินใจเลือกเข้าพักในโรงแรมหรูระดับ 4 ถึง 5 ดาวที่มีหาดส่วนตัว
ทว่าในคืนแรกของการเข้าพักกลับเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเพื่อนในกลุ่ม เมื่อมีคนร้ายสามารถบุกรุกเข้ามาภายในห้องพักส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย และพยายามจะข่มขืนรวมถึงพยายามฆ่า ซึ่งผู้เสียหายต้องพยายามต่อสู้ขัดขืนอย่างสุดกำลัง โชคดีที่แฟนหนุ่มเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้รอดพ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาได้อย่างปลอดภัย ในขณะที่คนร้ายได้รีบหลบหนีออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ กลุ่มผู้เข้าพักได้ส่งเสียงตะโกนเรียกพนักงานอยู่นานกว่าจะมีผู้เข้ามาให้ความช่วยเหลือ พร้อมกับตั้งคำถามถึงมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยของทางโรงแรม เนื่องด้วยไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยสแตนด์บายอยู่ในพื้นที่ โดยทางกลุ่มผู้เสียหายมองว่านี่คือความประมาทและหละหลวมของทางโรงแรม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือที่ล่าช้าเป็นอย่างมาก ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมระดับ 4 ถึง 5 ดาวบนเกาะ
นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังระบุด้วยว่า ในคืนที่เกิดเหตุมีคนมากกว่า 10 คนช่วยกันตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณอ่าวช่อ แต่กลับไม่มีใครออกมาให้ความช่วยเหลือเลยแม้แต่คนเดียว
สิ่งที่ทำให้กลุ่มผู้เข้าพักรู้สึกตกใจไปกว่านั้นก็คือคำพูดของผู้จัดการทั่วไป หรือ จีเอ็ม ที่เข้ามาเจรจาหลังเกิดเหตุ โดยได้ยื่นข้อเสนอว่าหากทางกลุ่มต้องการจะพักต่อ ก็สามารถเข้าพักในห้องเดิมที่จองไว้ได้อีกคืนตามปกติ และจะทำการย้ายตัวผู้เสียหายไปพักยังห้องอื่นแทน พร้อมกับจะเปิดห้องที่เกิดเหตุดังกล่าวให้ลูกค้ารายอื่นเข้ามาพักต่อ
ทางเจ้าของโพสต์จึงได้ตั้งคำถามกลับไปว่า เหตุใดจึงยังกล้านำห้องที่ทราบดีอยู่แล้วว่ามีปัญหาด้านความปลอดภัยไปเปิดให้ลูกค้ารายอื่นเข้าพัก ทั้งที่อุปกรณ์ภายในห้องก็อยู่ในสภาพชำรุดและไม่ปลอดภัย พร้อมย้ำว่าภายในกลุ่มของตนนั้นมีเด็กผู้หญิงถึง 2 คน และมีหญิงตั้งครรภ์อีก 1 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่ควรต้องได้รับการคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ในท้ายที่สุด กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งหมดจึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าพักต่อ และเดินทางกลับขึ้นฝั่งที่จังหวัดระยองทันที เนื่องจากไม่สามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจอีกต่อไป หลังจากที่ทุกคนต่างตกอยู่ในภาวะหวาดระแวงและตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
เจ้าของโพสต์ยังได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า บนเกาะนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการอยู่เพียงแค่คนเดียว ทำให้ต้องเสียเวลารอเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางข้ามน้ำมาจากฝั่งระยอง รวมถึงยังระบุว่าได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่อนามัยในลักษณะที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตด้วยว่าอาจมีความพยายามในการช่วยกันปิดบังข่าวที่เกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้
ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ได้ฝากทิ้งท้ายเพื่อเป็นการเตือนภัยแก่นักท่องเที่ยวท่านอื่นๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางท่องเที่ยว ควรดูแลกันและกันให้มากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงการแยกตัวออกไปไหนมาไหนเพียงลำพังเพื่อความปลอดภัย

โพสต์ดังกล่าว