วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกมาเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาวโดยไม่จำเป็น ภายหลังพบว่าค้างคาวอาจเป็นพาหะหรือแหล่งรังโรคของเชื้อโรคหลายชนิดที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ โดยเฉพาะการจับ สัมผัส หรือเข้าใกล้ค้างคาว รวมถึงการสัมผัสมูล น้ำลาย หรือซากค้างคาวโดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค
ขณะเดียวกัน อธิบดีกรมควบคุมโรคย้ำว่า แม้โดยธรรมชาติค้างคาวจะไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์หากไม่ถูกรบกวน แต่ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการจับค้างคาวด้วยมือเปล่า และไม่ควรนำมาประกอบอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้นได้
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจึงขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการจับค้างคาวด้วยมือเปล่า และไม่ควรนำค้างคาวมาประกอบอาหาร เนื่องจากค้างคาวเป็นแหล่งรังโรคของเชื้อโรคหลายชนิดที่อาจติดต่อสู่คนได้ อาทิ โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาบางสายพันธุ์ และโรคพิษสุนัขบ้า
นอกจากนี้ หากพบค้างคาวบินเข้ามาภายในบ้าน หรือพบค้างคาวป่วยและตายผิดปกติ ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าดำเนินการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แหล่งอาศัยของค้างคาวโดยไม่จำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค
ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนสามารถทำได้ไม่ยาก โดยประชาชนควรยึดหลักสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งสกปรก สวมถุงมือหรือหน้ากากขณะทำความสะอาดบริเวณที่มีมูลค้างคาว รวมถึงเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป้องกันการเกิดโรคในระยะยาว
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อและป้องกันการแพร่กระจายของโรค ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสค้างคาว รวมถึงมูล น้ำลาย และซากสัตว์โดยตรง
- ไม่เข้าไปในพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยของค้างคาวโดยไม่จำเป็น
- หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่มีมูลค้างคาว ต้องสวมถุงมือ หน้ากาก และใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม
- รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์ป่า
- หากถูกค้างคาวกัด ข่วน หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง ควรรีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดทันที และไปพบแพทย์โดยเร็ว
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422