วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. และ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง รอง ผบก.ปคม. รรท.รอง ผบก.ปทส. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปทส. ลงพื้นที่ติดตามจับกุมขบวนการลักลอบค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านช่องทางออนไลน์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ คงคนึง รอง ผกก.1 บก.ปทส., พ.ต.ท.เกียรติชัย แสงศิลา รอง ผกก.1 บก.ปทส. และ พ.ต.ท.ธานุพันธ์ สุระสะ สว.กก.1 บก.ปทส. ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ 771/2569 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา ค้าและมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนรวม 100 ชิ้น ประกอบด้วย หนังเสือโคร่ง หนังเสือดาวลายเมฆ หนังเสือไฟ หนังงูเหลือม เกร็ดลิ่น เขากวาง ซากเลียงผา และซากหมี โดยสามารถจับกุมได้ภายในร้านค้าแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 11 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปทส. ได้รับข้อมูลว่ามีการลักลอบค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าประเภทหนังเสือโคร่ง หนังเสือดาวลายเมฆ หนังเสือไฟ เกร็ดลิ่น ขนเม่น ซากเลียงผา และซากหมี จึงเร่งสืบสวนติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง

กระทั่งพบว่า น.ส.เอ เปิดร้านขายของฝากและยาแผนโบราณบังหน้าอยู่ในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ก่อนลักลอบนำซากสัตว์ป่าคุ้มครองจากฝั่งประเทศลาวเข้ามาจำหน่าย โดยมีทั้งการเสนอขายผ่านช่องทางออนไลน์ และจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะพระธาตุพนม
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญามีนบุรี ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับดังกล่าว รวมทั้งขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนครพนม เพื่อเข้าตรวจค้นร้านค้าของผู้ต้องหา ก่อนพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในร้าน จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัว น.ส.เอ (นามสมมติ) ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ผู้ใดค้าหรือครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้านเจ้าหน้าที่ บก.ปทส. ฝากเตือนประชาชนว่า การครอบครองสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าสงวน หรือซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายและมีโทษร้ายแรง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการค้าสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ให้คงอยู่กับธรรมชาติต่อไป