วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. ณ ซอยพหลโยธิน 1 เขตพญาไท นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ได้ลงพื้นที่หาเสียงและพบปะประชาชน พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค รวมทั้งนายอนุชาญ กวางทอง ผู้สมัคร ส.ก. เขตพญาไท หมายเลข 7
สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายอนุชาได้เดินทักทายประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีการขอถ่ายภาพร่วมกันอย่างเป็นกันเอง นอกจากนี้ นายอนุชาและคณะผู้บริหารพรรคยังได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคลในพื้นที่ดังกล่าวด้วย

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงเสียงตอบรับว่ามีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ แม้ในช่วงแรกอาจจะยังไม่เห็นผลมากนัก แต่ภายหลังจากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำให้ประชาชนรับรู้และให้การตอบรับที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางพรรคยังคงต้องทำงานหนักต่อไป
นายอภิสิทธิ์ระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันที่ 17 หรือ 18 มิถุนายนนี้ ทางพรรคเตรียมจัดการปราศรัยเพื่อนำเสนอนโยบายอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งรวบรวมประเด็นปัญหาจากการลงพื้นที่มาถ่ายทอดให้ประชาชนได้รับทราบ โดยเน้นย้ำความเชื่อมั่นว่ากรุงเทพมหานครสามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้ เนื่องจากนโยบายหลักทั้ง 5 ข้อที่นายอนุชานำเสนอนั้นล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้จำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีทักษะ มีความสามารถด้านการบริหาร และมีประสบการณ์ทางการเมืองเป็นสำคัญ
นอกจากนโยบายหลักแล้ว ทางพรรคยังต้องการผลักดันเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่กรุงเทพมหานครทราบดีอยู่แล้วและสามารถนำมาวางแผนใช้งานได้ โดยมองว่าในอดีตที่ยังไม่มีการจัดเก็บภาษีที่ดินอย่างเต็มรูปแบบ เจ้าของที่ดินหลายรายเลือกทำเกษตรกรรมเพื่อเลี่ยงภาษีอัตราสูง แต่ในมุมมองของพรรคเห็นว่าพื้นที่เหล่านั้นสามารถนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ได้ โดยกรุงเทพมหานครอาจใช้มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อจูงใจเจ้าของที่ดิน เพื่อนำพื้นที่มาพัฒนาเป็นลานศิลปะหรือสวนสาธารณะให้แก่ประชาชน
พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ได้ฝากทวงถามไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาน้ำมันแพง เนื่องจากจากการพูดคุยกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างพบว่า แม้รัฐบาลจะมีนโยบายช่วยเหลือและเปิดให้ลงทะเบียนไปแล้ว แต่ผู้ขับขี่จำนวนมากกลับยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแม้แต่การตอบรับจากโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้ตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเคยระบุว่าโครงการนี้เป็นการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าเพื่อให้ตรงจุดที่สุดในการแก้ปัญหา แต่ความเป็นจริงกลับพบปัญหาล่าช้า จึงอยากให้รัฐบาลออกมาชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้นกับโครงการนี้ และเตรียมจะนำประเด็นดังกล่าวไปตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
สำหรับประเด็นที่พรรคประชาชนทำการเปิดตัวนายสุรพล นิติไกรพจน์ ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เพราะการทำงานทางการเมืองสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนเป็นหลัก
ทางด้านนายอนุชาได้กล่าวเสริมถึงปัญหาในเขตพญาไทว่า ประเด็นเร่งด่วนคือเรื่องทางเท้าและซอยที่ค่อนข้างแคบ ซึ่งกระทบต่อการสัญจรของทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในขณะที่ทางเท้าสำหรับคนเดินก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร จากการสอบถามชาวบ้านพบว่าการปรับปรุงต้องใช้เวลานานเป็นปีและยังไม่แล้วเสร็จ ทางพรรคจึงต้องการเข้ามาสร้างความมั่นใจว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับโอกาสเข้ามาทำงาน จะไม่ปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ยืดเยื้อ โดยจะนำเรื่องเข้าหารือในสภากรุงเทพมหานครและประสานงานกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยตรง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
นายอนุชายังกล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนพบว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี การที่พรรคส่งผู้สมัครทั้งในระดับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครครบทุกเขต รวมถึงมีผู้บริหารระดับสูงของพรรคร่วมลงพื้นที่ด้วยนั้น ทำให้เกิดความมั่นใจว่าปัญหาที่ได้รับฟังจะไม่หยุดอยู่แค่ที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร แต่จะถูกนำไปต่อยอดและแก้ไขปัญหาร่วมกันในทุกระดับชั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด
ในเวลาต่อมา นายอนุชาและคณะผู้บริหารพรรคได้ขึ้นขบวนรถแห่เพื่อรณรงค์หาเสียงและขอคะแนนจากประชาชนบริเวณถนนพหลโยธิน ก่อนจะเดินทางไปเดินหาเสียงต่อที่ซอยอารีย์ ซึ่งตลอดเส้นทางมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนให้การต้อนรับอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนั้น นายอนุชาและคณะผู้บริหารได้เดินทางกลับไปยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 ซึ่งจัดขึ้นบริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม หน้าที่ทำการพรรค
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอนุชา พร้อมด้วยนายรังสรรค์ กียปัจจ์ หรือ ต้น ผู้สมัคร ส.ก. เขตหลักสี่ หมายเลข 4 ได้ร่วมกันลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดมาร์เก็ตทูเดย์ ซอยวิภาวดี 64 เขตหลักสี่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
นายอนุชาได้กล่าวรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยฝากให้ชาวเขตหลักสี่ลงคะแนนเลือกผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 4 และเลือกตนเองในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 พร้อมอธิบายขั้นตอนการลงคะแนนว่าเมื่อเข้าคูหาจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยขอให้กากบาทหมายเลข 5 ในบัตรสีเขียวสำหรับเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และกากบาทหมายเลข 4 ในบัตรสีชมพูสำหรับเลือก ส.ก. เขตหลักสี่
นายอนุชาย้ำว่าตนเองมีความห่วงใยในกรุงเทพมหานคร จึงมุ่งมั่นนำเสนอนโยบายที่ดีเพื่อให้ประชาชนพิจารณา โดยขอโอกาสให้ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งในตำแหน่ง ส.ก. และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เข้ามาทำหน้าที่รับใช้ชาวหลักสี่และชาวกรุงเทพมหานครอีกครั้ง
หลังจากนั้น นายอนุชาได้เดินพบปะหาเสียงแบบเคาะประตูบ้านภายในซอยวิภาวดี 64 ทักทายประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและร้านอาหาร ก่อนจะเข้าร่วมพูดคุยกับคณะกรรมการชุมชนมหานครนิเวศน์เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย การลอกท่อระบายน้ำ ปัญหาการจราจรติดขัด สภาพผิวจราจรชำรุด และปัญหาต้นไม้พันสายไฟ ซึ่งภายหลังจากการรับฟังปัญหา นายอนุชาได้ระบุว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการลอกท่อระบายน้ำนั้นจำเป็นต้องมองในภาพรวม ต้องมีการออกแบบและวางแผนอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป