เปิดเงื่อนไข ไทยช่วยไทยพลัส กลุ่มไหนได้สิทธิทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียน
เปิดเงื่อนไข ไทยช่วยไทยพลัส กลุ่มไหนได้สิทธิทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียน
ข่าวเศรษฐกิจ

เปิดเงื่อนไข ไทยช่วยไทยพลัส กลุ่มไหนได้สิทธิทันที โดยไม่ต้องลงทะเบียน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยรายละเอียดภายหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่า ทางที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับมาตรการดังกล่าวนี้ จะเข้าไปดูแลครอบคลุมประชาชนรวมทั้งสิ้นกว่า 43 ล้านคน โดยมีการแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคน และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกราว 30 ล้านคน

เงื่อนไขสำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

- มีผู้ได้รับสิทธิจำนวน 13.18 ล้านคน

- ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาจำนวน 1,000 บาทต่อเดือน

- ระยะเวลาโครงการ 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน 2569

- ได้รับสิทธิไปเลยโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

- สามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านทางร้านธงฟ้า

- เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

เงื่อนไขสำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป

- มีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 30 ล้านคน

- ได้รับสิทธิในรูปแบบการร่วมจ่ายในสัดส่วน 60/40 ด้วยวงเงินสนับสนุน 1,000 บาทต่อเดือน

- บังคับให้ใช้สิทธิผ่านทางแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เท่านั้น

- เปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 25 ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569

- เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

- สามารถใช้สิทธิได้ทุกวัน ภายในช่วงเวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น.

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ที่ต้องการลงทะเบียน

- ต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปนับถึงวันลงทะเบียน

- มีสัญชาติไทยและมีบัตรประจำตัวประชาชน

- ต้องไม่เป็นผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569

- ต้องไม่เคยมีประวัติถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกคืนเงินจากโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1-5 รวมทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส

ทั้งนี้ ทางรัฐบาลมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการช่วยเหลือดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน พร้อมทั้งเป็นแรงส่งในการกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนและบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศช่วงกลางปีนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง