กระทรวงการคลัง อัปเดตความคืบหน้าเรื่องการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ประจำปี 2569 โดยเตรียมเปิดระบบให้ผู้มีสิทธิทำการยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 21 มิถุนายน 2569 นอกจากนี้ยังได้จับมือกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อลงพื้นที่สำรวจประชาชนกลุ่มชายขอบที่อาจเข้าข่ายได้รับสิทธิแต่ยังไม่เคยมีบัตรมาก่อน
ทางด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโครงการนี้มุ่งหวังที่จะช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ตรงตามเงื่อนไขอย่างแท้จริง เพื่อให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานจากทางภาครัฐ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
ในส่วนของ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน ดำเนินการลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิอีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังต่อไปนี้
สำหรับเงื่อนไขเบื้องต้นของผู้ที่จะลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย และมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
ส่วนกลุ่มบุคคล 9 ประเภทที่จะไม่ได้รับสิทธิในรอบนี้ ประกอบไปด้วย
1. พระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือผู้ทรงศีลในศาสนาต่างๆ
2. ผู้ที่ถูกคุมขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง รวมถึงบุคคลที่อาศัยอยู่ในสถานสงเคราะห์ของทางราชการ ตลอดจนนักเรียนและนักศึกษา
3. ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
4. ลูกจ้าง พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดหน่วยงานของรัฐ ที่มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาทต่อปี
5. ผู้ที่รับเงินบำนาญ เงินเบี้ยหวัด หรือบำเหน็จแบบรายเดือนจากทางราชการ
6. ผู้ที่เป็นผู้ถือหุ้น กรรมการของบริษัท หรือร่วมเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด
7. บุคคลที่มีบัญชีสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเป็นผู้ถือครองตราสารหนี้
8. ผู้ที่ครอบครองกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญ ซึ่งมีการชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
9. บุคคลที่ถูกนำชื่อไปใช้เป็นสิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้ ในฐานะของบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร

นอกจากนี้ ยังมีเกณฑ์การคัดกรองผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ดังนี้
- กำหนดให้ต้องมีรายได้ส่วนบุคคลไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ปรับเปลี่ยนจากเดิมที่เคยวัดจากรายได้รวมของทั้งครอบครัว
- ต้องไม่เป็นผู้ที่ถือครองบัตรเครดิตในเวลาใดเวลาหนึ่ง
- ต้องมียอดวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกินหลัก 100,000 บาท
- ต้องมียอดเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันแล้วไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ต้องไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือหากมีกรรมสิทธิ์จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
- กรณีเป็นห้องชุด เมื่อรวมพื้นที่ทุกแห่งแล้วต้องไม่เกิน 35 ตารางเมตร
- กรณีเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว หรือตึกแถว เมื่อรวมพื้นที่ทุกแห่งต้องไม่เกิน 25 ตารางวา
- สำหรับผู้ที่มีอาชีพเกษตรกร จะต้องมีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
- สำหรับผู้ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกร จะต้องมีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
- ต้องไม่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่นๆ โดยมีข้อยกเว้นให้เฉพาะ รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์ประเภทสามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กสำหรับรับจ้าง หรือรถที่ใช้ในงานเกษตรกรรม ซึ่งต้องมีไม่เกินประเภทละ 1 คัน
ในด้านขั้นตอนการปฏิบัตินั้น
ข้อ 1. ประชาชนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว จะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการใหม่ทุกคน โดยเปิดให้ยืนยันสิทธิได้ระหว่างวันที่ 4 ถึง 21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่างๆ ที่เตรียมไว้ ได้แก่
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์หลักของโครงการ คือ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
- ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย จำกัด มหาชน
- จุดรับลงทะเบียนทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ข้อ 2. ทางกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะรับหน้าที่สำรวจข้อมูลประชาชนที่อาจตกหล่น โดยอิงจากฐานข้อมูลความจําเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน หรือข้อมูลจากระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนั้นจะทำการลงทะเบียนข้อมูลผ่านระบบตรวจสอบผู้ตกสำรวจของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานดังกล่าวคอยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนถึงในพื้นที่
สำหรับการประกาศผลการคัดกรอง จะมีขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th รวมถึงจุดรับลงทะเบียนทั้ง 5 แห่ง ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์แต่ไม่เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน จะต้องเข้าไปทำการยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ประกาศผลเป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตังและจุดรับลงทะเบียนทั้ง 5 แห่ง เพื่อเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการได้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ในกรณีของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบ สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์ได้ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และจุดรับลงทะเบียน 5 แห่ง ระหว่างวันที่ 17 ถึง 31 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ขออุทธรณ์จะต้องไปดำเนินการแก้ไขข้อมูลในส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์กับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่ระบุไว้ให้ครบถ้วน ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569
หลังจากนั้น ทางกระทรวงการคลังจะทำการประกาศผลการยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งหากผ่านเกณฑ์ในรอบนี้ จะสามารถทำการยืนยันตัวตนได้ทันทีตั้งแต่วันที่ทราบผล และจะเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป