กรณีชาวบ้านที่ ต.จระเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร้องสื่อว่ามีคนยากไร้หลายครอบครัว กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะคณะกรรมการหมู่บ้านได้เข้าไปทำการรื้อบ้านหลังเก่าที่ทรุดโทรมออกไป หวังจะสร้างใหม่ด้วยงบประมาณของ พมจ.บุรีรัมย์ แต่ถูกชายไม่ทราบชื่อหลอกเอาเงินคณะกรรมการหมู่บ้านร่วม 400,000 บาท ทำให้คนจนที่มีบ้านเก่าเดิมกลายเป็นคนไร้บ้านไปแล้วหลายหลังคาเรือน

โดยเฉพาะนางสำรวน ปทุมรัตน์ (ยายเจ้าของบ้าน) อายุ 70ปี หนึ่งในผู้ยากไร้ที่รื้อบ้านตามคำสั่งแต่ไม่ได้บ้านคืนกลับมากลายเป็นคนไร้บ้านจากที่มีบ้านเก่า ไม่มีที่อยู่อาศัยมานานกว่า 4 เดือน
ล่าสุดนางชูศรี ผสมคง กรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนบ้านหนองบัวราย ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเปิดเผยอีกว่าหลังจากได้เงินจากองทุนของ พมจ.ไปแล้วร่วม 400,000 บาท ยังไม่หนำใจนายเจตริน

ใช้ตำแหน่งหน้าที่ที่จำลองขึ้นมาเรียกคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการมาประชุมที่ศาลากลางหมู่บ้าน อ้างว่าเงินกองทุนสวัสดิการ(เงินออมวันละบาท)ที่ชาวบ้านเก็บมาแล้วเอาไปให้สมาชิกกู้ยืม เป็นเงินสีเทา จะต้องเบิกมาไปตรวจสอบทั้งหมด ยอมรับคณะกรรมการต่างหวาดผวาเพราะนายเจตรินอ้างว่า เขาจบนิติศาสตร์มา การปล่อยกู้กันเองเป็นเงินสีเทาจะต้องเอาเงินไปตรวจสอบ นายเจตริน ยังบังคับให้คนที่ค้างชำระหาเงินมาจ่ายให้หมด บางคนหาได้บ้างไม่ได้บ้าง สรุปรวบรวมเงินได้กว่า 400,000 บาท เอาไปมอบให้นายเจตริน ไปตรวจสอบตามกระบวนการที่กล่าวอ้าง สุดท้ายหายไปกับกลีบเมฆตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะหาเงินกองทุนมาคืนชาวบ้านได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายเจตริน ที่ตำบลโคกม้า อ.ประโคนชัย พบนางวิริยะ มุมทอง อายุ 59 ปี ยายของนายเจตริน เล่าประวัติของหลานตัวเองให้ฟังว่า พ่อแม่ของหลานแยกทางกันตนเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเล็ก ปัจจุบันแม่ไปทำงานอยู่ที่พัทยา ที่ผ่านมานายเจตริน เคยหลอกเอาผ้าไหมของพระมาได้กว่า 100 ผืนตอนนั้นหลานอายุแค่ 15 ปี
ที่ผ่านมาหลานมาเล่าให้ฟังประจำว่ามีคนนั้นคนนี้ยืมเงินไปแสนสองแสน แต่ยายไม่เคยได้จากหลานแม้แต่บาทเดียว มีเพียงชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าหลาน”เอาเงินไปเปย์ผู้ชาย”สิ่งที่ตนงงที่สุดคือหลานตัวเองอายุแค่ 18 ปี ทำไมสามารถหลอกคนอายุ 50-60 ปีได้เงินเป็นกอบเป็นกำขนาดนี้ เท่าที่ฟังมามีผู้เสียหายคิดเป็นเงินกว่า 800,000 บาท
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดบุรีรัมย์ รายงาน