12 สิ่งของห้ามไว้ในรถ เสี่ยงเกิดไฟไหม้

12 สิ่งของห้ามไว้ในรถ เสี่ยงเกิดไฟไหม้

ในช่วงนี้ไทยเราในหลายๆจังหวัดกำลังประสบปัญหาอากาศร้อนจัด นอกจากสุขภาพที่ต้องระวังอาการฮีตสโตรกแล้ว ยานพาหนะอย่างรถยนต์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องดูแลเช่นกัน วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าสิ่งของแบบไหนที่ไม่ควรเก็บไว้ในรถ เพราะอาจเสี่ยงก่อให้เกิดไฟไหม้ได้ โดยทางเว็บไซต์ turbo ได้ให้ข้อมูลไว้ดังนี้

1 แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ไม่ว่าจะวางทิ้งไว้ในรถ หรือชาร์จทิ้งไว้ ก็สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน เนื่องจากหากจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ความร้อนสะสมอาจทำให้แบตเตอรี่ในอุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยสารลิเธียม ที่มีความไวต่อปฏิกิริยาทางเคมีทำให้เกิดการระเบิดขึ้นได้ หรือในบางครั้งของเหลวภายในแบตเตอรี่เหล่านั้น ก็อาจรั่วไหลออกมาทำความเสียหายกับอุปกรณ์ภายในรถของเราได้ รวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่มีแบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบด้วยเช่นกัน

2 ไฟแช็ก เห็นกันแทบจะบ่อยที่สุดตามหน้าข่าวที่แชร์กันทางโลกออนไลน์ มีคลิปเตือนใจมากมายก็เพราะไฟแช็กนี่ล่ะ หากคุณนำรถไปจอดตากแดดร้อนเป็นเวลานานๆ ไฟแช็กก็อาจระเบิด ส่งผลให้เกิดความเสียหายภายในรถหรือเกิดไฟไหม้รถทั้งคันได้เลย

3 กระป๋องสเปรย์อัดแก๊ส ตั้งแต่สเปรย์ฉีดผม สเปรย์ดับกลิ่นกาย ยาฆ่าแมลง สเปรย์เคลือบเงาล้อ หรือเบาะรถยนต์ ฯลฯ เป็นการยากที่เราจะไม่ลืมทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้ในรถ ซึ่งต้องระวังกันให้มาก เนื่องจากภายในกระป๋องสเปรย์มักจะมีแก๊สที่เมื่อถูกความร้อนแล้วเกิดการขยายตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดประกายไฟหรือระเบิดขึ้นได้ นอกจากนี้สเปรย์ที่มีลักษณะเป็นกระป๋องยังอาจกลิ้งเข้าไปขัดกับขาเบรกหรือคันเร่ง จนทำให้เกิดอันตรายตอนขับขี่ได้อีกด้วย

4 น้ำอัดลมกระป๋อง ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้ต่างๆ ที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง เมื่อถูกวางทิ้งไว้ในรถและอยู่ในอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ กระป๋องอาจระเบิด ทำให้น้ำที่บรรจุภายในกระจายออกมาเลอะภายในรถทั้งคันได้ ซึ่งการทำความสะอาดพื้นหรือเพดานรถนั้น ค่อนข้างยากและมีค่าใช้จ่ายสูงเลยทีเดียว

5 ขวดน้ำ โดยเฉพาะขวดที่ยังมีน้ำเหลืออยู่ หลายๆ คนคิดว่าการทิ้งขวดน้ำไว้ในรถจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราเท่านั้น เพราะเราอาจดื่มน้ำที่มีสารเคมีจากการละลายของขวดพลาสติกออกมาเจือปนเมื่อขวดถูกความร้อนนานๆ แต่รู้หรือไม่ว่า ขวดน้ำยังมีอันตรายที่ซ้อนเร้นอยู่ที่หลายคนคาดไม่ถึง สิ่งแรกคือ เวลาที่จอดรถตากแดดนานๆ ขวดน้ำที่มีน้ำอยู่สามารถเปลี่ยนเป็นแว่นขยาย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ได้ และอีกข้อที่ควรระวังคือ เจ้าขวดน้ำตัวดีเมื่อตกลงไปบนพื้นรถสามารถเข้าไปขัดกับขาเบรคหรือขาคันเร่ง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีควรเก็บขวดน้ำออกจากรถกันดีกว่า

6 อาหาร หลายคนชอบทานข้าว หรือขนมในรถ โดยเฉพาะช็อกโกเลตและลูกอม นอกจากจะทำให้รถสกปรก ยากต่อการทำความสะอาดแล้ว ยังทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบปรับอากาศภายในรถได้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และทำให้มด แมลง หรือหนู เข้ามาในรถ ซึ่งอาจก่อความเสียหายอื่นๆ ตามมาในระยะยาวได้อีกด้วย

7 อุปกรณ์ที่ทำจากยาง เช่น ยางลบ แผ่นยางรองโทรศัพท์มือถือ จุ๊บติดกระจก หากจอดรถไว้ในสถานที่ที่โดนความร้อนเป็นเวลานาน อุณหภูมิภายในรถจะเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้อุปกรณ์ที่ทำจากยางต่างๆ เกิดการละลาย และทำให้รถของคุณเกิดความเสียหายกับเบาะหรือคอนโซลรถได้

8 รองเท้า เจอในรถเกือบจะทุกคัน และอาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆ คนลืมคิดไป เพราะไม่ใช่แค่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถเท่านั้น แต่รองเท้านี่แหละที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสาเหตุหลักเลยก็คือ รองเท้าเข้าไปขัดกับขาเบรคหรือคันเร่งจนเกิดอันตรายนั่นเอง

9 น้ำแข็งแห้ง ถ้าน้ำแข็งแห้งมีการระเหิดในห้องโดยสารจะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่อยู่ในห้องโดยสารหมดสติจนเกิดอันตรายได้

10 บัตรเครดิต บัตรพนักงาน คีย์การ์ดที่ทำจากพลาสติก หลายคนชอบวางบัตรเครดิต หรือบัตรพนักงาน หรือแม้กระทั่งคีย์การ์ดที่ทำจากพลาสติกไว้ในรถ และเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนก็เคยมีประสบการณ์ต้องทำบัตรใหม่จากสาเหตุการละลาย บิดเบี้ยว หรือเสียหายกับบัตรเหล่านี้กันมาแล้ว เพราะแดดในบ้านเรารุนแรงกว่าที่คิด หากเป็นไปได้ควรนำบัตรต่างๆ ออกจากรถ หรือวางไว้ในที่เก็บของให้ห่างจากที่ๆ แสงแดดส่องถึง

11. ครีมกันแดด เครื่องสำอาง สาวๆ ที่ขับรถหลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์ครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางไหลเยิ้มจนทำให้เบาะหนังหรือเบาะผ้าภายในรถด่าง หรือเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ พวกครีมกันแดดหรือครีมบำรุงผิวอื่นๆ หากทิ้งไว้ในรถโดนแดดนานๆ จะทำให้ประสิทธิภาพของครีมลดลงได้อีกด้วย

12 เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รู้หรือไม่ว่า ความร้อนมีส่วนทำให้รสชาติของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทเปลี่ยนไปเพราะ ความร้อนสามารถทำลายกรดในเบียร์ และทำให้รสชาติแย่ลง ส่วนในไวน์หากโดนความร้อนมากเกินไปจะทำให้เสียรสชาติได้

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ