เปิดที่มา รถของกลาง ศุลกากรยึดกว่า 1 พันคัน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้กลางดึก

เปิดที่มา รถของกลาง ศุลกากรยึดกว่า 1 พันคัน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้กลางดึก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มี.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุเพลิงไหม้บริเวณที่เก็บรถยนต์ของกลาง ด้านหลังด่านศุลกากรแม่สอดแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ใกล้กันกับสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาแห่งที่ 2 คืนวานนี้ (18 มี.ค.68 ) และได้เดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ พบว่า มีไฟไหม้รถยนต์ทั้งหมดประมาณกว่า 150 คัน จากรถยนต์ที่จอดไว้ทั้งหมด 820 คัน และในบริเวณที่จอดรถตรวจยึดดังกล่าวยังพบซากแมวถูกไฟไหม้คาดว่าหนีออกมาไม่ทันตายอย่างอนาถ 1 ตัว ที่สำคัญพบแกลลอนน้ำมันซึ่งยังไม่สามารถทราบได้ว่ามีน้ำมันอยู่ข้างในหรือไม่ ในขณะเกิดเหตุ ระหว่างที่เข้าไปในพื้นที่ยังคงได้กลิ่นของสีรถยนต์และมีกลิ่นเหม็นไหม้อยู่

ทางด้านพล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รอง บัญชาการภาค 6 รักษาราชการแทน ผู้บังคับการ ตำรวจภูธร จ.ตาก นำสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สอดและเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่หาสาเหตุที่น่าจะทำให้เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ว่ามาจากสาเหตุใด

พล.ต.ต.ระวีพรรษ กล่าวว่า เนื่องจากเกิดเหตุไฟไหม้หญ้าใกล้จุดที่จอดรถยนต์ และมีลมพัดแรง ทำให้มีลูกไฟลอยไปตกใส่จุดที่จอดรถยนต์ จนไหม้รถยนต์จาก 1 คัน และลุกลามไปยังรวดเร็ว จนต้องระดมรถดับเพลิงจำนวนมากในการดับไฟจนสามารถควบคุมเพลิงได้ และประเด็นต่อมาคือปฏิกิริยาทางเคมีเนื่องจากอากาศร้อนจัดก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน

อีกส่วนหนึ่งอาจมาจากความประมาทอาจมีใครมั้ย มาสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ หรืออาจมีผู้ไม่หวังดีมาทำการทำลายโดยก่อให้เกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานก่อน โดยกองพิสูจน์หลักฐานและหลักฐานพยานบุคคล ที่เราจะต้องนำมาประกอบกัน ซึ่งรถที่จอดอยู่ตรงนี้มีการตรวจยึดไว้เมื่อประมาณ 8 - 9 ปีที่แล้วมีสภาพค่อนข้างเก่า ไม่สามารถที่จะนำไปใช้ได้ทันที อยู่ระหว่างการประมูล ไม่มีรถหรูแน่นอน

นอกจากนี้ นายพิชยา เจริญสันต์ นายด่านศุลกากรแม่สอดยังได้แจ้งว่า รถยนต์ทั้งหมดเป็นรถยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่น และส่งไปประเทศเมียนมาด้าน อ.แม่สอด ในรูปของสินค้าผ่านแดน แต่ทางผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกไปเมียนมาได้ เพราะเหตุการณ์ไม่สงบ สะพานถูกวางระเบิด มีการปิดถนนสู้รบกันบ่อยครั้ง ทำให้รถยนต์ไม่สามารถไปได้ และได้จอดไว้ที่ชายแดนเกินระยะเวลาที่กฎหมายศุลกากรกำหนดไว้ จึงถูกยืดไปเป็นของกลางทั้งหมดมานานหลายปีแล้ว

เจ้าหน้าที่จึงได้ประกาศขายทอดตลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีผู้ประมูลซื้อ เพราะราคาแพง จึงจะปรับราคาลงมาเพื่อรอประกาศขายทอดตลาดอีกครั้งหนึ่ง จนมาเกิดไฟไหม้ขึ้นมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ต้องรอทางตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ตากไปตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่ง สำหรับรถยนต์มือสองที่ด่านศุลกากรยึดมากว่า 1,000 คัน โดยได้นำไปเก็บไว้ 3 จุดในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด

ผู้สื่อข่าวจังหวัดตาก รายงาน

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ