
ไอซ์ รักชนก เปิดโปง กองทุนประกันสังคม ซื้อตึกเกินราคาประเมิน ส่วนต่างกว่า 4 พันล้านบาท
วันนี้ (10 มี.ค. 2568) ไอซ์ รักชนก พร้อมด้วย นายสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้เดินทางไปยังอาคารสกายไนน์ เซนเตอร์ ย่านพระราม 9 เพื่อแถลงข่าวเรื่อง แฉเสียดฟ้า: กองทุนประกันสังคมจงใจลงทุนผิดพลาด เพื่อเอื้อผลประโยชน์พวกพ้องหรือไม่
โดย น.ส.รักชนก เผยว่า ในฐานะที่เป็นสส.ประชาชน เดินทางมาวันนี้มาแถลงข่าวเนื่องจาก เราติดตามเรื่องของประกันสังคม จนมีการพูดถึงเรื่องของประกันสังคมในหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้งบประมาณบริหารสำนักงานกว่า 6000 ล้านบาทหรือประมาณ 3% ที่ได้ว่าอยู่ในความดำมืดและไม่มีความโปร่งใส รวมถึงปัญหาติดขัดในเรื่องของการเปิดเผยเอกสาร และเรื่องที่ประชาชนตั้งคำถามเกี่ยวกับสิทธิ์ประกันสังคมด้อยกว่าบัตรทอง
ต่อมา ได้มีการมุ่งเน้นไปที่ประเด็นเรื่องของมาตรา 39 กรณีสิทธิ์ประกันตน ซึ่งตอนนี้เราก็พยายามที่จะผลักดันให้ประชาชนร่วมกดดันและวันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากจะมาพูดก็คือเรื่องของการลงทุนของกองทุนประกันสังคม ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของกองทุนประกันสังคม ซึ่งในการที่กองทุนจะอยู่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับการที่จะนำเงินในกองทุนไปบริหารจัดการ และตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งเป็นเงิน 2.6 ล้านล้านบาท ที่อยู่ในกองทุนวันนี้ จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าการลงทุนของประกันสังคมนั้นมีปัญหาเรื่องของธรรมาภิบาลหรือไม่อย่างไร
โดย น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า กองทุนประกันสังคม เล่นแร่แปรธาตุในการซื้อตึกแห่งนี้ ที่มีมูลค่า 3,000 ล้านบาท ในราคา 7,000 ล้านบาท อย่างถูกระเบียบและถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง แต่เราก็ต้องตั้งคำถามว่าความคุ้มค่าในเรื่องนี้เป็นอย่างไร นอกจากกองทุนประกันสังคมจะสามารถลงทุน ในตลาดหรือนอกตลาดหุ้นได้ซึ่งก็คือในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือก็คือเรื่องของการลงทุนซื้อตึก
จากเอกสารรายงานว่า ในปี 2565-2566 กองทุนพัฒนาสังคม เข้าซื้อสำนักงานแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 และก่อนหน้านี้เคยเป็นตึกร้างมาก่อน ก่อนที่จะมีบริษัทเข้ามาซื้อตึกแห่งนี้นี้แล้ว มารีโนเวท บำรุง ก่อนขายให้กับกองทุนประกันสังคม โดยภายหลังกองทุนสังคมได้มีการศึกษาและเป็นที่มาของการลงทุนซื้อตึกแห่ง โดยตึกแห่งนี้ปลายปี 2565 มีอัตราการเข้าทำกำไรอยู่เพียงแค่ 1% เท่านั้น หมายความว่าทั้งตึกมีเพียงแค่ 1% ซึ่ง กองทุนประกันสังคม ได้มีการทำแผนก่อนที่จะมีการลงทุน และแผนดังกล่าวนั้นถือว่าสวยหรูเกินจริงเพราะคาดหวังว่าผลตอบแทนจะได้อย่างเหมาะสมต้นจึงอยากให้ทุกคนติดตามดูในเรื่องนี้ ว่ามีความน่าสงสัยอย่างไรในเดือนนี้
ปีแรกที่ลงทุนมีผู้เช่าในตึกนั้นมีแค่หนึ่งถึง 2% เท่านั้นภายหลังจาก2ปี ตามที่ ประกันสังคมรายงานมาเพิ่มขึ้นมาเป็น 40% แต่ก็ยังมาในที่สงสัยอยู่ และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกเพียงแค่ 20 ถึง 30% เท่านั้นและที่สำคัญที่สุดตึกนี้ทำกำไรประมาณ 40,000,000 บาทในปี 2567 ที่ผ่านมาแต่ค่าบริหารจัดการรวมถึงค่าจ้างกองทุนบริหารรวมแล้วครับประมาณ 50,000,000 บาทนั่นหมายความว่าหากทำ กิจการอย่างนี้ก็จะติดลบทุกปีและไม่ต้องไปพูดถึงว่ากำไรตอนไหนเพราะตอนนี้เขาเรียกได้ว่าสถานการณ์ก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เพราะไม่ได้มีคนสนใจเข้ามาเช่าใช้ และจำนวนเงิน 7,000,000,000 ในการสร้างจุดนี้ก็ถือว่าสูญเปล่าและเข้าข่ายติดลบ
ตนขอไฮไลท์ว่าในตึกแห่งนี้ ช่วงโควิดเคยมีการประเมินราคาตึกนี้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาทแต่ทำไมของทุนประกันสังคมถึงยอมจ่ายเงินในราคา 7,000 ล้านบาทเพื่อซื้อของ 3,000,000,000 บาท นอกจากนี้น.ส.รักชนกมองว่าเรื่องนี้เป็นค่าเสียโอกาสของผู้ใช้ประกันตน และอยากฝากให้สื่อมวลชนไปค้นประวัติว่ามือแรกของตึกแห่งนี้ เป็นใครแล้วเจ้าของลำดับถัดไปเป็นใครบ้าง อย่างไรก็ตาม ก็ตั้งคำถามว่าเรื่องนี้มีนักการเมือง พรรคที่อยู่ในป่าหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่สงสัยเพราะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในสมัยนั้น ก็อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ (เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568)
ขอบคุณภาพจาก Thai PBS