
ด่วน! คนงานตัดอ้อย พบโครงกระดูกมนุษย์ ไหม้เกรียมกลางไร่อ้อย
วันที่ 4 มี.ค. 2568 พ.ต.ท.สุนทร ภูตะวัน สารวัตรสอบสวน สภ.ม่วงค่อม ได้รับแจ้งจากนายวันชัย สีดากูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.โคกสะอาด ว่า มีผู้พบโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผาในไร่อ้อย บริเวณ ต.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี และมูลนิธิพุทธธรรมสงเคราะห์ลำนารายณ์พ่งไล้ 16 ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุกลางไร่อ้อยมีชาวบ้านในละแวก ต.ท่าดินดำ ยืนจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุดังกล่าว ที่พื้นดินพบโครงกระดูกมนุษย์ ที่เหลือกะโหลกแตก ซี่โครง กระดูกท่อนแขนขา และกระดูกสันหลังบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้เป็นเถ้าถ่าน กองรวมกันอยู่ลักษณะนอนหงาย โดยมีต้นอ้อยใบอ้อยถูกเผาลุกลามเป็นบริเวณกว้าง ไม่สามารถระบุว่าเป็นเพศหญิง หรือชาย หรือเสียชีวิตมานานเท่าไร เนื่องจากตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ยังไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้
ระหว่างที่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่นั้น ได้มีนางสุทิน สลุงอยู่ อายุ 62 ปี ชาว ต.ม่วงค่อม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และญาติ ได้เดินทางมาดูโครงกระดูก ถึงกับปล่อยโฮ เนื่องจากจำเศษชิ้นส่วนของเสื้อ พบว่าเป็น นายสลัก สลุงอยู่ อายุ 65 ปี สามีที่ตนเองและครอบครัวติดตามหามานาน และแจ้งความคนหายไว้เมื่อปลายปี 2567 โดย นางสุทิน กล่าวกับพนักงานสอบสวนว่า สามีเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มักเดินออกจากบ้านไปโดยไม่มีจุดหมายปลายทาง
ซึ่งทางญาติและผู้ใหญ่ กล่าวต่อว่า ก่อนที่นายสลักจะเป็นอัลไซเมอร์ เป็นคนเรียบร้อย ขยันทำมาหากิน จนมาเกิดเหตุลูกชายประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และน้องชายยิงตัวเองเสียชีวิต จึงเกิดอาการเหม่อลอย เศร้าซึมจนเครียด กลายเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ซึ่งจากบ้านนายสลักมากลางไร่อ้อยประมาณ 1 กิโลเมตร คาดว่าน่าจะติดอยู่กลางไร่อ้อยหลายวัน หาทางออกไม่เจอ จนเกิดเหตุการณ์สลดดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งสอบสวนคนงานตัดอ้อย และพยานผู้พบโครงกระดูกดังกล่าว เบื้องต้น ได้นำโครงกระดูกทั้งหมดส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รังสิตเพื่อพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด พร้อมทั้งตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบภรรยาและญาติ เพื่อสรุปว่าโครงกระดูกที่พบเป็นสามีแท้จริงหรือไม่
ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน