
พลายหนุ่มป่า 5 จังหวัดล้มปริศนา บนถนนไร่อ้อย พบคลาบเลือดตามลำตัว
วันที่ 20 ก.พ.68 เวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่อนุรักษ์จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา จนท.จาก อบต.คลองตะเกรา และ จนท.ฝ่ายปกครองนำโดย นายสาโรจน์ ลายสุวรรณ กำนัน ต.คลองตะเกรา และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยพนมสารคามจุด อ.ท่าตะเกียบ ได้เดินทางไปร่วมกันตรวจสอบ กรณีมีชาวบ้านซึ่งเป็นคนหาปลา เดินทางผ่านมาพบซากช้างป่าตัวขนาดใหญ่เกือบเต็มวัย นอนล้มอยู่บนถนนทางดิน ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน ตัดผ่านสวนป่ายูคาลิปตัส ไร่อ้อย และสวนปาล์ม
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณด้านท้ายของหมู่บ้านเขาพริก ห่างจากแนวเส้นทางไปยังโรงโม่หินประมาณ 300 เมตร ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมไปยังในเขต อ.บ่อทอง จ.ชลบุรีได้ พบซากช้างป่าเพศผู้ตัวขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 5 ตันอายุประมาณ 8 ปี ลักษณะมีงาแหลมด้านซ้ายเพียงข้างเดียว ชี้ตรงไปข้างหน้ายาวประมาณ 50 ซม.นอนล้มไปทางด้านขวา ขวางเส้นทางการสัญจรในลักษณะตะแคงข้าง ปลายงวงโค้งหันไปทางป่าอ้อย ส่วนหางและบั้นท้ายของสะโพกยังอยู่ในแนวของป่ายูคาลิปตัส ที่เกิดเหตุมีชาวบ้านและ จนท.ที่ผู้เกี่ยวข้องกำลังทยอยเดินทางเข้ามารุมล้อมดูยังในที่เกิดเหตุ
หลัง จนท.อนุรักษ์และฝ่ายปกครองได้เข้าทำการตรวจสอบซากช้างเบื้องต้น พบมีรอยคราบเลือดแห้งกังไหลหยดเป็นเส้นติดอยู่ที่ตามลำตัวด้านซ้าย และไหลเป็นทางเต็มหน้าท้อง ทั่วร่างกายพบมีรอยแผลเก่าลักษณะเป็นหลุมลึกเป็นจุดๆ คล้ายกับร่องรอยของเม็ดกระสุนปืนลูกปลายจากอาวุธปืนลูกซอง เจาะเข้าไปฝังอยู่ภายในร่างกายของช้าง โดยที่หลายแผลผิวหนังเริ่มแห้งปิดสนิทแล้ว และมีบางแผลยังมีรูอยู่ที่ปากแผลแต่มีลักษณะของเนื้อเยื้อผิวหนังกำลังรัดหุ้มปิดปากแผลแล้ว
ที่บริเวณเกือบถึงปลายงวง มีรอยบาดแผลเปิดขนาดใหญ่ยาวประมาณ 15 ซม. คล้ายรอยกรีดจากของมีคม หรือรอยถากของกระสุนปืนลักษณะค่อยข้างลึก โดยส่วนเนื้อในของบาดแผลเริ่มแห้งลงแล้วเช่นกัน โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ท่าตะเกียบ และสัตวแพทย์จากหน่วยงานอนุรักษ์ เขตพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 เดินทางมาร่วมกันชันสูตร เพื่อหาร่องรอยบาดแผลและสาเหตุการตายของช้างพลายป่าผู้เคราะห์ร้ายอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงาน