กัปตันร้อง ปปป.กรณี ทอ.ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง
วันที่ 30 ก.ย. 2567 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จอมพล จตุจักร กทม. กัปตันสุรินทร์ -เรืออากาศเอกสุรินทร์ สุขขัง ร้อง บก.ปปป.ตรวจสอบ ดำเนินคดี 3 รายประกอบด้วย ผบ.ทอ./ เสธ.ทอ. และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้มีอำนาจสั่งการที่โรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ จ.นครปฐม กรณีไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ที่มีคำตัดสินเมื่อ 25 ก.ย.67 ที่พิพากษาออกมาสองข้อ
1.ให้เพิกถอนคำสั่ง ผบ.ทอ.อนุมัติรายชื่อศิษย์การบิน ปี 2567
2. ให้ผู้ถูกฟ้องดำเนินการจัดอันดับใหม่ให้เป็นไปตามระเบียบของกองทัพอากาศเอง
ในฐานะที่ตนร่างและเขียนคำฟ้องต่อศาลปกครอง ขอบารมีศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย และ ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดอันดับศิษย์การบินใหม่ ปี 67 ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการคือกองทัพอากาศแต่ปรากฎจากข่าวของทางกองทัพอากาศ เมื่อ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า กองทัพอากาศพร้อมปฎิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง ตามกระบวนการทาง กม. เพื่อให้การคัดเลือกศิษย์การบิน เป็นไปด้วยความถูกต้อง และเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ตนยืนยันว่า ผู้สมัครทั้งหมด 98 คน จะต้องกลับไปมีสอทธิเท่าเทียมกันทั้งหมด ณ วันที่ 18 พ.ย.66 ซึ่งคำสั่งศาลปกครองในข้อแรกจะมีผลบังคับทันทีโดยที่ไม่ต้องบังคับคดี ส่วนข้อที่2 การจัดอันดับศิษย์การบินใหม่ นั้นต้องรอให้คดีถึงที่สุด แต่ที่ต้องต้องมาร้อง ปปป.วันนี้เพราะปรากฎว่าวันนี้ยังบินกันอยู่เลย ถ้าไม่แน่ใจขอให้หยุดก่อนแล้วทำความเข้าใจกับคำพิพากษาให้เข้าใจก่อนจะดีกว่า เพราะรู้จักกัน ไม่อยากเห็นใครทำผิดกฎหมายอีก จะผิดกฎหมายอาญา ม.157
ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้แถลงข่าวในเรื่องนี้เมื่อ 25 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า กองทัพอากาศพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครองกลาง ตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้การคัดเลือกศิษย์การนิมเป็นไปด้วยควานถูกต้องและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จากกรณี สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า ศาลปกครองกลาง สั่งเพิกถอนประกาศผู้ผ่านคัดเลือกศิษย์การบินทัพอากาศ ประจำปี พ.ศ.2567 นั้น
พลอากาศตรี บุญเลิศ อันดารา โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับผลการพิพากษาของ ศาลปกครองกลาง โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนคำสั่งอนมัติตัวบุคคลเข้าเป็นศิษย์การบินทัพอากาศ ประจำปี พ.ศ 2567 เฉพาะในส่วนที่ปรากฏรายชื่อผู้ฟ้องเท่านั้น มิได้เป็นการเพิกถอนคำสั่งศิษย์การบินทั้งหมด
1. ศาลปกครองกลางได้มีข้อสังเกตุอันเป็นแนวทางในการดำเนินการของทางราชการ โดยให้กองทัพอากาศนำผู้ฟ้องคดีไปจัดเรียงลำดับใหมให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการกำหนด ซึ่งหากการจัดเรียงลำดับใหม่ โดยใช้เกณณ์ตามระเบียบทางราชการแล้ว ผู้ฟ้องคดีผ่านการคัดเลือก กองทัพอากาศจะพิจารณาให้เข้าเป็นศิษย์การบินตามแนวทางที่ศาลปกครองกลางให้ข้อสังเกตต่อไป
2. ปัจจุบันฝ่ายกฎหมายของกองทัพอากาศกำลังพิจารณาเนื้อหาคำพิพากษาโดยละเอียด รวมทั้ง แนวทางการดำเนินการตามข้อสังเกตของศาลปกครองกลาง
3. การคัดเลือกศิษย์การบินของกองทัพอากาศ มีเจตนารมณ์ที่จะคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถและความพร้อมในการเป็นนักบินเพื่อปฏิบัติภารกิจภายใต้มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยปราศจากการแสวงหาผลประโยชน์หรือเอื้อประโยชน์ต่อผู้หนึ่งผู้ใด
4. กองทัพอากาศ ยืนยันถึงความพร้อมในการปฏิบัติตามกระบวนการตามกฎหมาย และคำสั่งศาลปกครองกลาง โดยจะดำเนินการพิจารณาใช้เกณฑ์และพิจารณาลำดับตามระเบียบของทางราชการ
ทั้งนี้ จากกรณีที่มีสื่อมวลชนบางสำนักได้เผยแพร่ข้อมูลผลการพิพากษาของศาลปกครองกลางว่า ศาลปกครองกลางสั่งเพิกถอนประกาศผู้ผ่านคัดเลือกศิษย์การบินในกองทัพอากาศทั้งหมด นั้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและไม่มีที่มาของข้อมูลที่ขัดเจน กองทัพอากาศจึงขอนำเรียนข้อมูลตามค่ำสั่งศาลที่ปรากฏให้พี่น้องประชาชนทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อ พ.ค.67 เรืออากาศเอกสุรินทร์ สุขขัง อดีตนักบินซึ่งเป็นผู้ปกครอง ได้ยื่นร้องศาลปกครอง ว่า พบความผิดปกติ ส่อทุจริตในการสอบคัดเลือกศิษย์การบินในส่วนของกองทัพอากาศ (ทอ.) ประจำปี 2567 เพราะมีผู้สมัครอย่างน้อย 38 คน จากทั้งหมด 54 คน ที่ตรวจวัดค่าสายตาไม่ผ่านมาตรฐานการแพทย์ของสถาบันเวชศาสตร์การบิน ทอ. แต่กลับติดตัวจริง และได้เข้าเรียนเป็นศิษย์การบินแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา เพราะสามารถไปตัดแว่นสายตาแล้วมาตรวจซ้ำได้ ส่งผลให้ลูกชายของอดีตนักบินรายนี้สูญเสียโอกาส ทั้งที่ ผลตรวจวัดค่าสายตาด้วยตาเปล่าผ่านมาตรฐาน และยังได้รับการระบุในเอกสารสอบสัมภาษณ์ ว่า มีความเหมาะสมเข้าเป็นศิษย์การบิน กองทัพอากาศ จึงได้ไปยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอความคุ้มครองชั่วคราว
ต่อมา วันที่ 25 ก.ย.67 ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษา โดยผู้ร้องได้มาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง แต่ผู้บัญชาการทหารอากาศ คณะกรรมการคัดเลือกศิษย์การบิน และคณะอนุกรรมการด้านการแพทย์ ในฐานะผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ราย ได้มอบหมายตัวแทนให้มาฟังคำพิพากษา
ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะขัดต่อระเบียบราชการที่กำหนดให้การตรวจวัดค่าสายตาระยะใกล้และไกลต้องตรวจด้วยสายตาเปล่า กรณีผู้ถูกร้องอ้างว่า ได้นำเกณฑ์จากสหรัฐอเมริกามาใช้นั้น ไม่อาจรับฟังได้ เพราะไม่มีการรองรับจากหน่วยงานราชการ ถือว่าผู้ถูกร้องไม่ได้ดำเนินการตามรูปแบบขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญตามที่กฎหมายให้ปฏิบัติ
จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนตัวบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศิษย์การบิน ตามประกาศของ ทอ. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2566 และให้จัดลำดับใหม่ โดยนำผลค่าตรวจวัดสายตาทั้งระยะใกล้และไกลด้วย ตาเปล่า มาเป็นเกณฑ์พิจารณาให้ผ่านเป็นศิษย์การบิน ซึ่งหากผู้ร้องอยู่ในกลุ่มตัวจริง ก็ให้เข้าเป็นศิษย์การบินและปฏิบัติต่อผู้ร้องตามสิทธิ์อันพึงมีพึงได้
ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน