วันที่ 14 สิงหาคม 2569 กรมที่ดิน เผยข้อมูลเกี่ยวกับการรับมรดกที่ดินสำหรับทายาท กรณีเจ้าของที่ดินเสียชีวิต โดยการพิจารณาสิทธิในมรดกจะแบ่งออกเป็น 2 กรณีสำคัญ คือ มีพินัยกรรม และไม่มีพินัยกรรม ซึ่งแต่ละกรณีจะมีหลักเกณฑ์ในการจัดสรรสิทธิแตกต่างกัน
กรณีแรก คือ ทายาทตามพินัยกรรม หากเจ้าของมรดกได้จัดทำพินัยกรรมไว้ ผู้ที่มีชื่อหรือได้รับการระบุสิทธิไว้ในพินัยกรรมจะมีสิทธิได้รับมรดกตามที่เจ้ามรดกกำหนด การจัดสรรทรัพย์สินจึงยึดตามเจตนารมณ์ของผู้ทำพินัยกรรมเป็นสำคัญ
ส่วนกรณีที่ไม่มีพินัยกรรม กฎหมายกำหนดให้ใช้หลักเรื่องทายาทโดยธรรม ซึ่งมีทั้งหมด 6 ลำดับ โดยทายาทที่อยู่ในลำดับก่อนจะมีสิทธิได้รับมรดกก่อนทายาทในลำดับถัดไป ได้แก่
ลำดับที่ 1-2 คือ ผู้สืบสันดาน เช่น บุตร หลาน และเหลน รวมถึงบิดามารดาของเจ้ามรดก
ลำดับที่ 3-4 คือ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน และพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
ลำดับที่ 5-6 คือ ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา
อย่างไรก็ตาม คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทโดยธรรมได้ในทุกลำดับ โดยสัดส่วนของการได้รับมรดกจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับกรณีที่ที่ดินยังคงมีชื่อของเจ้าของเดิมซึ่งเสียชีวิตแล้ว ทายาทจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสำนักงานที่ดิน โดยเริ่มจากการเตรียมเอกสารหลักฐานที่จำเป็นให้ครบถ้วน ประกอบด้วย โฉนดที่ดินตัวจริง หลักฐานการเสียชีวิตของเจ้ามรดก รวมถึงบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาท การจัดเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการยื่นเรื่อง
จากนั้นทายาทต้องยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ เมื่อรับคำขอแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการประกาศให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบเป็นเวลา 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคัดค้านได้ในกรณีที่มีข้อโต้แย้ง หากครบกำหนดระยะเวลาแล้วไม่มีผู้คัดค้าน จึงสามารถดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ในมรดกต่อไปได้
ในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนมรดก อัตราที่ต้องชำระจะพิจารณาจากความสัมพันธ์ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอน โดยบุตร ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส จะเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน ส่วนบุคคลอื่นนอกเหนือจากกลุ่มดังกล่าว จะเสียค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ทั้งนี้ การคำนวณค่าธรรมเนียมจะใช้ราคาประเมินของทางราชการเป็นฐาน ไม่ได้ใช้ราคาซื้อขายในท้องตลาด
กรมที่ดินยัง แนะนำว่า การจัดการมรดกที่ดินควรดำเนินการด้วยความโปร่งใสและคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างทายาททุกฝ่าย การทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้าถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสเกิดความขัดแย้งในครอบครัว และทำให้กระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ดำเนินไปได้สะดวกมากขึ้น ขณะเดียวกันควรตรวจสอบเอกสารสิทธิของที่ดินให้ถูกต้อง และเมื่อมีประเด็นที่ไม่แน่ใจ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
