ใครจะไปคิด! ผู้บังคับบัญชา เผยนิสัย ร.ต.อ. ผู้ก่อเหตุทำภรรยาเสียชีวิต จนไม่อยากจะเชื่อ
ใครจะไปคิด! ผู้บังคับบัญชา เผยนิสัย ร.ต.อ. ผู้ก่อเหตุทำภรรยาเสียชีวิต จนไม่อยากจะเชื่อ
ข่าวสังคม - โซเชียล

ใครจะไปคิด! ผู้บังคับบัญชา เผยนิสัย ร.ต.อ. ผู้ก่อเหตุทำภรรยาเสียชีวิต จนไม่อยากจะเชื่อ

ฟังข่าวนี้

จากกรณี ร.ต.อ.ธีรพงษ์ รองสารวัตรจราจร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.โชคชัย ใช้อาวุธปืนประจำกายก่อเหตุยิงภรรยาและแม่ยายบริเวณหน้าร้านฟิตเนสของภรรยา ในพื้นที่ ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้ภรรยาเสียชีวิต ส่วนแม่ยายได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด วันที่ 18 มิถุนายน 2569 พ.ต.อ.ชวาลย์ วงษ์รอด ผู้กำกับการ สภ.โชคชัย ซึ่งเปิดเผยว่า โดยปกติ ร.ต.อ.ธีรพงษ์ เป็นคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ มีความรู้ความสามารถ และมีระเบียบวินัยดีมาก จนเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม โดยนิสัยส่วนตัวเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร และไม่เคยเล่าปัญหาส่วนตัวหรือเรื่องภายในครอบครัวให้ผู้บังคับบัญชาฟัง นอกจากในกรณีที่มีการสอบถามสารทุกข์สุขดิบเท่านั้น

นอกจากนี้ หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าตัวก็มักจะเดินทางกลับบ้านไปใช้ชีวิตกับครอบครัวตามปกติ และยังไม่ได้มีการหย่าร้างกับภรรยาแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับ คาดว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาภายในครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องลูก เนื่องจากผู้กองธีรพงษ์เป็นคนรักลูกมาก และให้ความสำคัญเรื่องภายในบ้านค่อนข้างมาก ซึ่งอาจมีประเด็นเกี่ยวกับการหาที่เรียนหรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง

ในฐานะผู้บังคับบัญชา ตนรู้สึกเสียใจและเสียดายอนาคตของผู้ใต้บังคับบัญชารายนี้ เพราะถือเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีอนาคตไกล แต่กลับตัดสินใจผิดพลาดจากการขาดความยั้งคิดเพียงชั่วขณะ พร้อมกันนี้ยังฝากถึงข้าราชการตำรวจทุกนายว่า หากมีเรื่องไม่สบายใจหรือกำลังเผชิญปัญหาใด ควรเปิดใจพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน หรือเข้ามาปรึกษาผู้บังคับบัญชา เพื่อร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม

ขณะที่ พล.ต.ต.ณรงค์สิทธิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้กล่าวแสดงความห่วงใยและมอบนโยบายเน้นย้ำต่อหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ในระหว่างการประชุมหัวหน้าสถานีที่ห้องประชุมไทรทอง ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอโชคชัยมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวและปัญหาภายในครอบครัวของผู้ก่อเหตุ จนนำไปสู่การตัดสินใจลงมือก่อเหตุและก่อให้เกิดความสูญเสีย

ทั้งนี้ ได้สั่งการไปยังหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งให้กวดขันและดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเข้มงวด ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 1212/2537 ว่าด้วยการควบคุมและดูแลวินัย ความประพฤติ ตลอดจนความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจ

พล.ต.ต.ณรงค์สิทธิ์ กล่าวว่า ต้องการให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับเข้าไปดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และปัญหาหนี้สินต่าง ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถเข้ามาปรึกษาหารือได้อย่างเต็มที่ เพราะบางครั้งอาจต้องการคำแนะนำแต่ไม่กล้าเข้าพบผู้บังคับบัญชาโดยตรง

นอกจากการดูแลภายในหน่วยงานแล้ว หัวหน้าสถานีควรลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพลตามแฟลตตำรวจ บ้านพัก หรือห้องแถวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับฟังปัญหาและสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชาคนใดกำลังประสบปัญหา มีสภาพจิตใจไม่ปกติ หรือมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป จะได้สามารถให้ความช่วยเหลือและหาทางแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

สุดท้ายนี้ ขอฝากถึงข้าราชการตำรวจทุกนายให้มีสติในการดำเนินชีวิต เพราะเมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ สิ่งสำคัญคือการมีสติพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป และจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้อย่างไร พร้อมย้ำว่าไม่ควรตัดสินใจทำสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือทำให้ต้องถูกดำเนินคดี เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อตัวผู้กระทำเท่านั้น แต่ยังสร้างความสะเทือนใจและความเดือดร้อนไปถึงพ่อแม่ ลูกหลาน และครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ