วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.บก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ปริญญา รักษาแก้ว สวญ.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.,ว่าที่ พ.ต.ท.ตุลา สว่างรัตน์ สว.ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.,ร.ต.ท.จิตติกรณ์ สัมพุทธานนท์ รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.,ร.ต.ต.พยุงศักดิ์ ทองเกลียว รอง สว.(ป.) ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.,ด.ต.ชัยวัช เผือกแก้ว ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.,จ.ส.ต.เอกวุฒิ บุญกาญจน์ ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.,จ.ส.ต.ธีรพงศ์ ชมตันติ ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. และ จ.ส.ต.สรายุทธ์ ศักดา ผบ.หมู่ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ในข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ ให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรให้พ้นจากการจับกุม พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย รถบรรทุกไม่ประจำทาง ยี่ห้อ HINO สีฟ้า-ขาว-เขียว ทะเบียน 701-3xx1 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ VIVO จำนวน 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Samsung Galaxy จำนวน 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 บริเวณกิโลเมตรที่ 96 ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยบนถนนสายเอเชีย 41 ตามปกติ กระทั่งมาถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 96 พบรถบรรทุก HINO สีฟ้า-ขาว-เขียว จอดอยู่ริมทางในลักษณะผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงจอดรถเข้าตรวจสอบด้วยความเข้าใจว่าอาจเป็นรถของประชาชนที่เกิดปัญหาขัดข้องระหว่างเดินทาง และต้องการให้ความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าพูดคุยกับผู้ขับขี่คือ นายเอ เจ้าหน้าที่พบว่ามีอาการพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ทั้งอาการลุกลี้ลุกลน เหงื่อออกมาก และตอบคำถามวกวน จึงขออนุญาตตรวจค้นตัวและตรวจสอบภายในรถบรรทุก โดยนายเอ ยินยอมให้ตรวจค้น
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดตู้บรรทุกสินค้าด้านหลังออกตรวจสอบ พบบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 33 คน ซ่อนตัวอยู่ภายในตู้บรรทุกทึบในสภาพแออัด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าทั้งหมดลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย

ภายหลังการตรวจค้น เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้ว่าจ้างที่ใช้ชื่อว่า นายดำ (นามสมมติ) รวมถึงเครือข่ายขบวนการลักลอบขนแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีเพิ่มเติม
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้รับการติดต่อว่าจ้างจากชายชื่อ นายดำ ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ให้ทำหน้าที่ขับรถขนแรงงานต่างด้าวดังกล่าว

ผู้ต้องหาให้การว่า ในช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันเดียวกัน ได้ไปรับบุคคลต่างด้าวทั้งหมดจากบริเวณริมถนนเอเชียในพื้นที่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยมีรถยนต์จำนวน 3 คัน นำแรงงานมาส่งให้ขึ้นรถบรรทุก ก่อนจะเดินทางมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ทั้งนี้ ได้มีการตกลงค่าจ้างขนแรงงานในอัตราคนละ 2,500 บาท โดยจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อสามารถนำส่งถึงปลายทางได้สำเร็จ แต่ระหว่างทางได้จอดรถริมถนน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเข้าตรวจสอบและพบการกระทำผิด จนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา พบว่าเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายเอ เคยถูกจับกุมในความผิดฐานเดียวกันในพื้นที่ สภ.สลุย จ.ชุมพร และปัจจุบันคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำและถูกจับกุมอีกครั้งในคดีนี้