ด่วน! ศาลสั่งจำคุก ทนายตั้ม เซ่นปมคดีเจ๊อ้อย
ด่วน! ศาลสั่งจำคุก ทนายตั้ม เซ่นปมคดีเจ๊อ้อย
ข่าวสังคม - โซเชียล

ด่วน! ศาลสั่งจำคุก ทนายตั้ม เซ่นปมคดีเจ๊อ้อย

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกงที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และ นางจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา หรือ ทนายตั้ม เป็นจำเลยที่ 1 นางปณิตา หรือ เดือน ภรรยาของทนายตั้ม เป็นจำเลยที่ 2 และ น.ส.ปิณฑิรา หรือ ดาว พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม เป็นจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานฉ้อโกง ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน

คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการที่นางจตุพรกล่าวหาว่า ถูกนายษิทราหลอกลวงให้โอนเงินจำนวนหลายครั้ง รวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท ประกอบด้วย เงินลงทุนในแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ 71 ล้านบาท เงินซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ 13 ล้านบาท และเงินสำหรับว่าจ้างศิลปินชาวจีนผ่านสกุลเงินดิจิทัลบิตคอยน์อีก 39 ล้านบาท ขณะที่ฝ่ายนายษิทรายืนยันว่าเงินทั้งหมดเป็นการให้โดยเสน่หา ไม่ได้เกิดจากการหลอกลวงแต่อย่างใด

ตลอดการพิจารณาคดี นายษิทราได้ทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับตนเอง และขึ้นซักค้านพยานฝ่ายโจทก์ด้วยตัวเองในชั้นสืบพยาน สำหรับคดีนี้มีการแยกฟ้องออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนายษิทรา ภรรยา และพี่สาวภรรยา กลุ่มของนายนุวัฒน์ หรือ นุ คนสนิทของทนายตั้ม และ น.ส.สาริณี หรือ สา แฟนสาวของนายนุ รวมถึงกลุ่มพนักงานโชว์รูมรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินจำนวน 39 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 คนในส่วนของการโอนเงิน 39 ล้านบาท ได้ให้การรับสารภาพแล้วทั้งหมด โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้องพนักงานโชว์รูม 2 คน ส่วนคดีของ นุ และ สา ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว และปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ของพนักงานอัยการ

ในส่วนของคดีทางแพ่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เคยมีมติยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับนายษิทรา จำนวน 3 รายการ ประกอบด้วยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินฝากในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องของ ปปง. และให้คืนทรัพย์สินทั้งหมดแก่ทนายตั้ม โดยเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่ามีพฤติการณ์ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานของการฟอกเงิน

ด้านนายสมชาติ พินิจอักษร ทนายความของเจ๊อ้อย เปิดเผยว่า นางจตุพร ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง เนื่องจากยังพำนักอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส จึงมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้เข้ารับฟังคำพิพากษาแทน

ขณะที่นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความของนางปณิตา กล่าวว่า ฝ่ายจำเลยเดินทางมารับฟังคำพิพากษาด้วยความหวังว่าจะได้รับผลในทางที่ดี แต่หากผลคำพิพากษาออกมาไม่เป็นคุณต่อจำเลย ก็จะใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ล่าสุด ศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุกนายษิทรา หรือ ทนายตั้ม เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน พร้อมสั่งให้ชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายเป็นจำนวน 72,567,764 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ