คดีพลิก! ครูโต้เดือด เผยอีกมุม ไม่เคยสั่งเด็ก ป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง
คดีพลิก! ครูโต้เดือด เผยอีกมุม ไม่เคยสั่งเด็ก ป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง
ข่าวสังคม - โซเชียล

คดีพลิก! ครูโต้เดือด เผยอีกมุม ไม่เคยสั่งเด็ก ป.4 กระโดดตบ 1,000 ครั้ง

ฟังข่าวนี้

จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ หลังผู้ปกครองของนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 รายหนึ่ง ออกมาเปิดเผยว่าลูกชายถูกครูสั่งลงโทษด้วยการกระโดดตบจำนวน 1,000 ครั้ง จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

ล่าสุด วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ได้มีรายงานการพูดคุยกับทั้งฝ่ายครูผู้ถูกกล่าวหา และครอบครัวของน้องสปาย (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยมีการนำเสนอข้อมูลจากทุกด้าน

ด้านครูเป็ด (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นครูที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวจากโพสต์ของผู้ปกครองเด็กที่ระบุว่าเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ลูกชายถูกครูสั่งให้กระโดดตบ 1,000 ครั้ง เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเด็กนำขยะไปทิ้ง ทั้งที่ความจริงเด็กกำลังเก็บขยะอยู่บริเวณสนามฟุตบอลนั้น ตนขอยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ครูเป็ดระบุว่า ในวันที่ผู้ปกครองกล่าวอ้าง ตนไม่ได้พบหรือพูดคุยกับเด็กชายคนดังกล่าว เนื่องจากเดินทางมาโรงเรียนค่อนข้างสาย เมื่อมาถึงก็ปฏิบัติหน้าที่ดูแลนักเรียนในความรับผิดชอบของตนเอง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.1/1 และ ม.2/1 ก่อนจะขึ้นสอนตามปกติ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีโอกาสพบเด็กชายคนดังกล่าวเลย

นอกจากนี้ ครูเป็ดยังยืนยันว่าไม่ได้สั่งลงโทษให้เด็กกระโดดตบ 1,000 ครั้งตามที่ถูกกล่าวหา โดยในช่วงพักเที่ยงของวันดังกล่าว ตนมีนัดพบช่างซ่อมรถคูโบต้า จากนั้นได้ไปพบช่างซ่อมอุปกรณ์กีฬา ก่อนจะไปรับประทานอาหาร จึงไม่ได้พบเด็กอีกเช่นกัน

ครูเป็ดกล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลที่ตนได้รับทราบ เด็กชายคนดังกล่าวยังสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติในวันเกิดเหตุ รวมถึงไปฝึกว่ายน้ำ และไม่พบว่ามีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่เด็กต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนั้น ตนไม่ทราบว่าเกิดจากกิจกรรมใดหรือเหตุการณ์ใดมาก่อนหน้านั้น

พร้อมกันนี้ ครูเป็ดยังระบุว่า หลังจากผู้ปกครองออกมาให้ข้อมูลต่อสื่อเพียงด้านเดียว ทำให้สังคมรับรู้เรื่องราวโดยที่ยังไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริงจากอีกฝ่าย ซึ่งตนยืนยันว่าจะต่อสู้คดีถึงที่สุด และขอความเป็นธรรมจากทุกสื่อให้เปิดพื้นที่รับฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายเช่นเดียวกัน

ขณะที่ครูผู้สอนว่ายน้ำของเด็กชายรายดังกล่าว เปิดเผยว่า เด็กได้มาเรียนว่ายน้ำในวันที่ 28 และ 29 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เกิดเหตุ โดยตลอดการฝึก เด็กยังสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ มีอารมณ์ร่าเริงแจ่มใส ไม่ปรากฏอาการผิดปกติแต่อย่างใด

ครูสอนว่ายน้ำกล่าวอีกว่า ตนไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากหลังจากเรียนว่ายน้ำเสร็จ เด็กก็เดินทางไปรักษาตัวตามที่มีการนำเสนอข่าว ซึ่งตนมองว่าสังคมยังไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยหรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เด็กอาจเข้าร่วมในช่วงเวลาดังกล่าว

ต่อมา ได้ลงพื้นที่พบกับนางแอน อายุ 40 ปี มารดาของน้องสปาย โดยเล่าว่า ตนทราบเรื่องจากปากลูกชายเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ว่า ถูกครูสั่งลงโทษด้วยการกระโดดตบ 1,000 ครั้ง หลังเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเก็บขยะบริเวณสนาม

นางแอนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อทราบเรื่องก็รู้สึกตกใจและเสียใจเป็นอย่างมาก จากนั้นเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติของลูกชาย ทั้งอาการปวดเมื่อยแขนขา มีไข้ และมีอาการหวาดกลัวอย่างหนัก โดยในช่วงกลางคืนยังฝันผวาว่าครูคนดังกล่าวจะมาทำร้าย จึงตัดสินใจพาลูกชายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอในช่วงเย็นของวันที่ 29 พฤษภาคม

ขณะเข้ารับการรักษา เด็กมีอาการปวดขาและมีไข้ ก่อนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำอำเภอจนถึงช่วงบ่ายวันที่ 4 มิถุนายน 2569 จากนั้นจึงถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดในช่วงเย็นวันเดียวกัน และพักรักษาตัวต่อเนื่องจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน 2569 จึงได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน

นางแอนระบุว่า ปัจจุบันสภาพร่างกายและจิตใจของลูกชายยังไม่กลับมาเป็นปกติเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังคงมีอาการเหม่อลอย วิตกกังวล และหวาดกลัวอยู่เป็นระยะ

ทั้งนี้ หากภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงว่าครูได้กระทำการดังกล่าวจริง ตนและครอบครัวก็พร้อมจะใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจนถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ