วันที่ 8 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล, พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จอมเล็ก รอง ผกก.3 บก.ปอท.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.หญิง ภาพิมล ชัยขันธ์ รอง ผกก.ฯ ช่วยราชการ กก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สุวรรณดี, พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว สว.กก.3 บก.ปอท., ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ เขมกปสิทธิ, ร.ต.อ.หญิง ศรุตา ขันธรูจี รอง สว.กก.3 บก.ปอท., ร.ต.ต.เอก ครองบุญ, ร.ต.ต.อาคม ขาวเต็มดี รอง สว.(ป) กก.3 บก.ปอท., ด.ต.ธีรศักดิ์ พรภักดี ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอท., ด.ต.พีระวุฒิ สนธิสำราญ และ ส.ต.อ.หญิง มาลิณี ตะไลชั่ง ผบ.หมู่ ช่วยราชการฯ กก.3 บก.ปอท.

ร่วมกันจับกุม 1. นายเอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 3152/2569 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2569 2. น.ส.บี (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 3153/2569 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันเป็นอั้งยี่, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน สถานที่จับกุม ในพื้นที่ จ.นนทบุรี

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ามีเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า เคลียร์ตู้ ถุงแบรนด์เนมแท้ ส่งลิงก์ให้กดไปยังแอปพลิเคชันไลน์ เป็นกลุ่มเกี่ยวกับการลงขายสินค้า คนร้ายใช้ข้ออ้างว่าจะต้องสร้างเครดิตหน้าร้านค้า ให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอกและไม่สามารถถอนเงินได้ จึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.
เจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ปอท. ได้สืบสวนเส้นทางการเงิน พบนายซี (นามสมมติ) ทำหน้าที่กดเงิน, จัดหาบัญชีม้าโดยโพสต์หาคนเปิดบัญชีในเฟซบุ๊ก และขับรถพาคนไปกดเงินได้รับค่าจ้าง 5,000 บาท จึงได้เข้าจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, บัตรกดเงินสด และทะเบียนรถเป็นจำนวนมาก

จากนั้นได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระบวนการคือนายเอ และ น.ส.บี ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคอยสั่งการให้หาบัญชี/กดเงิน และเป็นตัวกลางติดต่อชายชาวจีนที่เป็นตัวการใหญ่คอยสั่งการและเป็นผู้รับผลประโยชน์ ยังพบอีกว่านายภาคินฯ เคยต้องโทษคดีอาญา ทำร้ายร่างกาย และ พ.ร.บ. คนเข้าเมืองอีกด้วย
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ไม่ควรหลงเชื่อเพจที่มีการชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มร้านค้า หรือโอนเงินเพื่อทำภารกิจต่าง ๆ เพื่อขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นขบวนการเดียวกับมิจฉาชีพ การกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับ โอน ถือครอง หรือแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดถือเป็นความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งตามกฎหมาย