จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.8 บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ถือว่ามีขนาดรุนแรงมาก เนื่องจากฟิลิปปินส์ตั้งอยู่บนแนววงแหวนไฟของโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟปะทุบ่อยครั้ง
นอกจากนี้ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียงประมาณ 20-30 กิโลเมตร จัดเป็นแผ่นดินไหวระยะใกล้ ส่งผลให้เกิดคลื่นความถี่สูงที่ส่งผลกระทบต่ออาคารเตี้ยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอาคารสูงไม่เกิน 5 ชั้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานความเสียหายที่พบอาคารถล่มหลายแห่ง
ศ.ดร.อมร ระบุว่า ลักษณะของแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์แตกต่างจากเหตุแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครเมื่อปี 2568 โดยกรณีของไทยได้รับอิทธิพลจากรอยเลื่อนสะกายในเมียนมาและรอยเลื่อนในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ หลายร้อยถึงพันกิโลเมตร จึงจัดเป็นแผ่นดินไหวระยะไกล ทำให้คลื่นแผ่นดินไหวมีความยาวและส่งผลกระทบต่ออาคารสูงมากกว่า
อย่างไรก็ตาม กรุงเทพฯ ยังไม่ถือว่าปลอดภัยจากความเสี่ยงแผ่นดินไหว โดยเฉพาะแผ่นดินไหวระยะไกล เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อนที่สามารถขยายแรงสั่นสะเทือนได้หลายเท่า ส่งผลให้อาคารสูงมีความเสี่ยงได้รับความเสียหายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยเสนอว่า กรุงเทพมหานครควรเร่งสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลความเสี่ยงของอาคารต่าง ๆ รวมถึงพิจารณามาตรการเสริมความแข็งแรงของอาคาร และติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับและแจ้งเตือนแผ่นดินไหวในอาคารสำคัญหรืออาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในอนาคต