วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat เตือนสถานการณ์พายุในปีนี้ โดยระบุว่า อิทธิพลของเอลนีโญร่วมกับภาวะโลกร้อน อาจทำให้ภูมิภาคเอเชียเผชิญพายุไต้ฝุ่นมากกว่าปกติ หลังพายุไต้ฝุ่น Jangmi ซึ่งเพิ่งเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นหนึ่งในพายุที่มาเร็วที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี
ผศ.ดร.ธรณ์ ระบุว่า โดยปกติฤดูไต้ฝุ่นจะเริ่มต้นราวเดือนสิงหาคม แต่จากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงผิดปกติ ส่งผลให้พายุเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ โดย Jangmi ถือเป็นพายุลูกที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่เคลื่อนเข้าสู่ญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน
พร้อมกันนี้ยังชี้ให้เห็นภาพอุณหภูมิผิวน้ำทะเล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริเวณทะเลจีนใต้มีอุณหภูมิสูงมาก แม้เอลนีโญจะยังไม่เข้าสู่ภาวะอย่างเป็นทางการก็ตาม
ทั้งนี้ ไต้ฝุ่นเป็นพายุที่ก่อตัวเหนือทะเลและได้รับพลังงานจากน้ำทะเลที่อุ่น ยิ่งน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูง ก็ยิ่งเอื้อต่อการเกิดพายุที่รุนแรงและเกิดได้ง่ายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาวะโลกร้อนยังทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับซูเปอร์เอลนีโญที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงมีแนวโน้มว่าปีนี้จะเผชิญพายุรุนแรงมากขึ้น
บางสำนักพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่า ในปีนี้อาจเกิดพายุไต้ฝุ่นมากกว่า 28 ลูก ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติราว 10-15 เปอร์เซ็นต์
สำหรับเส้นทางการเคลื่อนตัวของไต้ฝุ่นนั้น ส่วนหนึ่งจะเคลื่อนขึ้นไปทางไต้หวันและญี่ปุ่น ขณะที่บางลูกอาจมุ่งหน้าไปยังฮ่องกงและเวียดนาม
แม้ประเทศไทยจะตั้งอยู่ลึกเข้ามาในแผ่นดินและไม่ได้รับผลกระทบจากลมพายุโดยตรงมากนัก แต่ในยุคที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง พายุมีความรุนแรงมากขึ้น และบรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากกว่าเดิม
เมื่อไต้ฝุ่นนำความชื้นจำนวนมากเคลื่อนผ่านแนวภูเขาเข้าสู่พื้นที่ตอนในของแผ่นดิน อาจส่งผลให้เกิดฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน และลุกลามเป็นภัยพิบัติได้
ประเทศไทยจึงอาจต้องเผชิญกับฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผศ.ดร.ธรณ์ ยังเตือนให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า แม้เอลนีโญจะทำให้ปริมาณฝนโดยรวมลดลง แต่ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงขึ้นเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องแยกพิจารณา
พร้อมทิ้งท้ายว่า Jangmi เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าปีนี้สภาพอากาศจะมีความแปรปรวนสูง จึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า

