วันที่ 4 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวัง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลักทรัพย์ภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ 1 ตัว และกางเกงขายาวสีดำ 1 ตัว

การจับกุมมีขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.30 น. บริเวณปากซอยลาดพร้าว 136 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามพฤติกรรมและพบว่าผู้ต้องหามักปรากฏตัวในพื้นที่ดังกล่าว
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้รับมอบอำนาจจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง หลังพบว่าตู้รับบริจาคไม้จำนวน 2 ตู้ ภายในศาลาการเปรียญถูกเคลื่อนย้ายไปยังด้านหลังอาคาร และถูกทุบทำลายจนได้รับความเสียหาย โดยบริเวณจุดเกิดเหตุพบขาตั้งกล้องแบบสั้นวางอยู่ข้างตู้ คาดว่าเป็นอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้ลักเงินสดภายในตู้บริจาคไปเป็นธนบัตรฉบับละ 20 บาท จำนวน 100 ฉบับ รวมมูลค่า 2,000 บาท ก่อนหลบหนีไป หลังเกิดเหตุ ทางวัดได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพบว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.25 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม มีชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบสีดำ เชือกรองเท้าสีขาว และใช้ผ้าสีขาวโพกศีรษะปกปิดใบหน้า เดินเข้าไปภายในศาลาการเปรียญ ก่อนจะก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวัง จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ จนพบภาพผู้ก่อเหตุขณะเคลื่อนย้ายตู้บริจาคและก่อเหตุทำลายตู้รับบริจาคอย่างชัดเจน ก่อนจัดทำรายงานการสืบสวนเสนอพนักงานสอบสวนเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบชายต้องสงสัยซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3133/2569 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2569 บริเวณซอยลาดพร้าว 136 จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนนำตัวมาสอบสวน
จากการสอบสวน นายเอ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าในช่วงเวลาดังกล่าวประสบปัญหาทางการเงิน ไม่มีเงินชำระค่าเช่าห้องพัก จึงตัดสินใจปีนกำแพงเข้าไปภายในวัดโพธิ์เพื่อก่อเหตุลักเงินจากตู้บริจาค เนื่องจากเคยเดินทางมาทำบุญที่วัดมาก่อนและทราบว่ามีเงินอยู่ภายในตู้บริจาค

ผู้ต้องหาระบุอีกว่า ก่อนลงมือก่อเหตุได้ยกมือขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด และท่องคาถาประจำตัวเพื่ออำพรางตนเอง ก่อนจะลงมือก่อเหตุ จากนั้นได้นำเงินที่ลักมาไปชำระค่าเช่าห้องพักและใช้จ่ายส่วนตัว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์ในต่างจังหวัดมาก่อน และภายหลังพ้นโทษได้เข้ามาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ย่านปิ่นเกล้า กระทั่งมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยแปลงตัวหรือปกปิดใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้, ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ, บุกรุกในเวลากลางคืน และทำให้เสียทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป