รวบแล้ว! หนุ่มเปิดบัญชีม้าโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์ เสียหายกว่า 6 หมื่น
รวบแล้ว! หนุ่มเปิดบัญชีม้าโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์ เสียหายกว่า 6 หมื่น
ข่าวภูมิภาค

รวบแล้ว! หนุ่มเปิดบัญชีม้าโยงคดีฉ้อโกงออนไลน์ เสียหายกว่า 6 หมื่น

ฟังข่าวนี้

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก. 4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายสุริยา หรือเล่ย์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ 1202/2569 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ใยความผิดฐาน “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงประชาชน หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน ฯ” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าสถานีรถไฟกรุงเพทอภิวัฒน์ แขวงจตุจัตร เขตจตุจักร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณปลายปี 2565 ผู้เสียหายได้เข้าเว็ปไซค์เกี่ยวกับทำงานออนไลน์ ชื่อ “ภารกิจคอนเฟริมออเดอร์” จากนั้นผู้เสียหายได้กดลิงก์เข้าไปสมัครในแอพพลิเคชั่นปลอมชื่อ “MAKRO THAI” ซึ่งมิจฉาชีพจงใจตั้งชื่อแอบอ้างห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นคนร้ายให้แอดไลน์เพื่อคุยกับ "แอดมิน" ก่อนจะถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ใหญ่ที่มีกลุ่ม "หน้าม้า" คอยโพสต์ภาพสลิปเงิน และข้อความอวดอ้างว่าได้รับผลกำไรจริง ซึ่งเป็นการใช้จิตวิทยาหมู่รุมล้อม และกระตุ้นให้เหยื่อเกิดความโลภ พร้อมสร้างเงื่อนไขว่าเหยื่อต้องโอนเงินสำรองซื้อสินค้าก่อน แล้วจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมกำไรกลับมา ซึ่งในช่วงแรกได้เงินคืนจริงในยอดเงินจำนวนที่ไม่สูง จากนั้นจะมีการหว่านล้อมให้ผู้เสัฝียหายเพิ่มยอดเงินลงทุนเพื่อรับกำไรที่สูงขึ้น

ผู้เสียหายได้หลงกลโอนเงินเพิ่มเข้าไปอีกหลายครั้งรวมเป็นเงิน 64,560 บาท แต่เมื่อต้องการจะถอนเงินออก ปรากฏว่าแอดมินและสมาชิกในกลุ่มต่างเงียบหาย ไม่มีการตอบกลับ และบล็อกช่องทางการติดต่อทั้งหมดทันที ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความดำเนินคดี ไว้ที่สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนมีการขอศาลออกหมายจับไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวน และได้รับแจ้งจากสายลับว่านายสุริยา หรือเล่ย์ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ นั้นหลบหนีไปอยู่ทางภาคใต้ และกำลังเดินทางขึ้นมากรุงเทพมหานคร จึงได้สืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายสุริยา มีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับ โดยนายสุริยา ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

จากการสอบถามนายสุริยา เบื้องต้นให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพขายผักอยู่ในตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานี และได้รู้จักกับต่างด้าวชาวกัมพูชา 2 คน ซึ่งเป็นเด็กที่ทำงานอยู่ในตลาดสี่มุมเมืองเหมือนกัน จากนั้นได้มีการชักชวนให้มาทำงานขายผักด้วยกัน เนื่องจากมีความสนิทสนมไว้เนื้อเชื่อใจ และได้เปิดบัญชีพร้อมสแกนใบหน้าใน “Mobile Banking” จำนวน 3 บัญชี ให้ในโทรศัพท์ของต่างด้าวทั้งสองคน จากนั้นต้นปี 2566 ต่างด้าวทั้งสองคนได้ขอกลับบ้านที่ประเทศกัมพูชาประมาณ 1 เดือน และกลับมาขายผักตามปกติ ก่อนหนีกลับประเทศไป ทั้งนี้ตนเองไม่ทราบว่าต่างด้าวทั้งสองคนได้นำบัญชีที่เปิดให้ไปทำอะไร และไม่รู้เรื่องกับการหลอกลวงดังกล่าว

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีคดีในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนหลายคดี บางคดีมีการไกล่เกลี่ยผู้เสียหายไปแล้ว และบางคดีอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.หางดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ