วันที่ 7 มิถุนายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยผลการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จนสามารถตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ได้จำนวนมาก หลังดำเนินการสืบสวน ติดตาม และสกัดกั้นเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างจริงจังในการป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด โดยพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้พันตำรวจตรี เกรียงไกร สัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองคดีพิเศษภาค สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ เขตพื้นที่ 5 (เชียงใหม่) ร่วมปฏิบัติงานกับกองกำลังผาเมือง กองร้อยทหารพรานที่ 3105 ฉก.ทพ.31 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 326 ชุดปฏิบัติการข่าวกองกำลังผาเมือง ชุดปฏิบัติการข่าว ฉก.ทพ.31 และคณะป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองกำลังผาเมือง
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้จัดกำลังเฝ้าระวังและติดตามเส้นทางต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถสกัดรถยนต์ต้องสงสัยได้ในพื้นที่ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และจากการตรวจค้นพบยาเสพติดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์กระบะที่ใช้สำหรับลำเลียง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เทิง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น
สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ ประกอบด้วย
สารเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 20 กระสอบ
วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 19 กระสอบ

ภายหลังจากนั้นในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของกลุ่มผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม จนพบจุดต้องสงสัยบริเวณบ้านร่มโพธิ์ทอง ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาเสพติดที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในพงหญ้าริมทาง โดยเชื่อว่าเป็นยาเสพติดที่ถูกนำมาพักคอยเพื่อรอลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งประกอบด้วยยาบ้าจำนวน 5 กระสอบ รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด
ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนของคณะรัฐมนตรีที่มุ่งเน้นการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเดินหน้าขับเคลื่อนการทำงานเชิงรุก ทั้งด้านการสืบสวน การขยายผล การติดตามตัวผู้เกี่ยวข้อง และการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป