วันที่ 5 มิถุนายน 2569 พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ และ กมนทรรศน์ กิตติสุนทรสกุล สส.ระยอง เขต 1 พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวที่รัฐสภาเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยพูนศักดิ์กล่าวว่าสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของไทยที่ผ่านมาอยู่ในขั้นวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหลุมเทกองขยะกว่า 2 พันแห่งทั่วประเทศ ปัญหาเรื่องฝุ่น มลพิษข้ามแดนจากแม่น้ำกก สาย รวก รวมถึงแม่น้ำโขงในปัจจุบัน การลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังไม่รวมถึงปัญหาน้ำเสีย ซึ่งตอนนี้ได้กระจายเข้าสู่สิ่งแวดล้อมและแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งแล้ว

จะเห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อม ไม่นับภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ดัชนีด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 90 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลดลงมาเรื่อย ๆ พรรคประชาชนเห็นความสำคัญของการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยให้คนรุ่นถัดไป เราจึงได้ยื่นร่างกฎหมายเปลี่ยนแปลงประเทศด้านสิ่งแวดล้อมทั้งหมด 4 ร่างเข้าสู่สภาเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.การจัดการขยะและการหมุนเวียนทรัพยากร ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน และร่าง พ.ร.บ. PRTR

สำหรับร่าง พ.ร.บ.การจัดการขยะและการหมุนเวียนทรัพยากร จะช่วยให้เกิดการลดขยะที่ต้นทาง ลดการเทกองขยะที่ก่อให้เกิดกลิ่นและน้ำเน่าเสีย โดยจะเพิ่มอัตราการรีไซเคิลและกำหนดการรับผิดชอบในซากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลพยายามทำโครงการเงินกู้ 4 แสนล้านบาท แต่ก็ยกเลิกในเรื่องของรถยนต์อีวีไป เนื่องจากไม่มีระบบในการจัดการซาก แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลก็เร่งในการทำโซลาร์เซลล์ต่อไป ในขณะที่โซลาร์เซลล์ก็เป็นหนึ่งในปัญหาของประเทศไทยที่เราไม่มีระบบในการจัดการซากเช่นเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้เราจะให้ผู้ผลิตเข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการซากผลิตภัณฑ์ของตนเอง
สำหรับร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ปัจจุบันเราเจอปัญหาเรื่องการลักลอบทิ้งขยะ หรือแม้กระทั่งโรงงานที่ก่อให้เกิดมลพิษก็ไม่รับผิดชอบกับมลพิษที่เกิดขึ้น พรรคประชาชนจึงเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ต้องการให้มีหน่วยงานและผู้รับผิดชอบการจัดการสารปนเปื้อนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยปรับเปลี่ยนให้มีการทำประกันความสูญเสียหรือความเสียหายของพื้นที่ที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อน โดยจะเพิ่มโรงงานอีก 1 ประเภท คือโรงงานที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงในการก่อให้เกิดมลพิษ โดยโรงงานประเภทดังกล่าวจะต้องมีการต่ออายุเป็นประจำทุกปี เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสะสมจนเกิดการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดิน จนไม่สามารถฟื้นฟูพื้นที่ได้ในระยะเวลาอันสั้น

สำหรับร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่างนี้พวกตนตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านโครงสร้างของการจัดการคาร์บอนไดออกไซด์ ร่างนี้จะส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจสีเขียวในระบบการจัดการของห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เกิดการจ้างงานและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยไปพร้อมกัน
ด้านกมนทรรศน์กล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ. PRTR มีความสำคัญต่อประเทศไทย โดยในเรื่องของการจัดทำระบบข้อมูลสารมลพิษและสารเคมีที่เป็นระบบข้อมูลเปิด ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ง่ายยิ่งขึ้นและไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ก็จะเป็นผลดีในเรื่องของการที่ประเทศไทยจะเข้าสู่สมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงเป้าหมายที่จะเข้าสู่ Net Zero ได้ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการในหลายด้าน และในประเทศไทยยังไม่มีการจัดทำข้อมูลสารมลพิษและสารเคมีอย่างเป็นระบบ โดยจะเห็นได้ว่ามีการเกิดปัญหาในเรื่องของการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม มีเรื่องของอุบัติภัยสารเคมี อุบัติภัยที่เกิดขึ้นในโรงงานที่เพิ่มมากขึ้น และทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน กฎหมายฉบับดังกล่าวจะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ด้านมลพิษในอนาคตได้อย่างแม่นยำ โดยการทำให้ประเทศไทยมีระบบ PRTR ถือว่าเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการที่จะรับรู้ข้อมูลสารมลพิษที่อยู่ใกล้ตัว หรือสารมลพิษจากแหล่งกำเนิดของสารมลพิษที่อยู่ในพื้นที่ของตนเอง

ในส่วนของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจที่อาจมีความกังวลใจในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูล ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้มีการออกแบบให้ผู้ประกอบการเปิดเผยในส่วนของสารเคมีอันตรายที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในส่วนของข้อมูลความลับทางการค้าจะไม่ได้เปิดเผย ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลสารพิษเป็นเพื่อความร่วมมือร่วมกันทั้งภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และหน่วยงานที่กำกับดูแล โดยได้ร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย พร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและยังคงรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมด้วย โดยกฎหมายฉบับนี้จะเน้นให้ผู้ที่ครอบครองหรือปล่อยสารมลพิษ ต้องมีการทำรายงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กรมควบคุมมลพิษเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้อย่างสะดวก หากผู้ที่ครอบครองสารเคมีอันตราย หรือผู้ที่ปล่อยมลพิษไม่ได้มีการจัดทำรายงาน กฎหมายก็จะมีการกำหนดโทษอย่างชัดเจน เพื่อที่จะควบคุมและทำให้เรามีฐานข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ เราจะได้ดำเนินการบริหารจัดการในด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้อง และเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุที่ประเทศไทยต้องพบเจอ
พูนศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ชุดร่างกฎหมายเปลี่ยนแปลงประเทศด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้ยื่นต่อสภาทั้ง 4 ร่างนั้น เชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย จะสามารถทำให้ประเทศลดมลพิษและมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมได้ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตขึ้นมาโดยการปรับปรุงเรื่องคุณภาพชีวิต คุณภาพของสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน สร้างความเป็นธรรมให้กับคนรุ่นถัดไป