หากพูดถึงพิธีกรระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงไทย ชื่อของ ต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์ คงเป็นหนึ่งในบุคคลที่หลายคนนึกถึง ด้วยเอกลักษณ์การสัมภาษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สามารถเข้าถึงแขกรับเชิญได้หลากหลายวงการ ทำให้เจ้าตัวโลดแล่นอยู่ในวงการโทรทัศน์มาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี พร้อมสร้างสรรค์รายการที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชมมาจนถึงปัจจุบัน
เส้นทางพิธีกรของต๋อย ไตรภพ เริ่มต้นขึ้นในปี 2525 กับรายการ “พลิกล็อก” ซึ่งทำหน้าที่พิธีกรร่วมกับวาสนา สิทธิเวช และดี๋ ดอกมะดัน ก่อนจะมีผลงานในรายการ “ลาภติดเลข” ร่วมกับธิติมา สังขพิทักษ์ โดยทั้งสองรายการออกอากาศทาง ททบ.5
ต่อมา ต๋อย ไตรภพ ได้รับการทาบทามจากจาฤก กัลย์จาฤก ผู้บริหารบริษัท กันตนา (กรุ๊ป) จำกัด (มหาชน) และเพื่อนสนิท ให้ไปร่วมงานในฐานะพิธีกร ก่อนจะตัดสินใจยุติบทบาทกับบริษัทเจเอสแอล เพื่อร่วมงานกับกันตนาอย่างเป็นทางการ
กระทั่งปี 2527 ต๋อย ไตรภพ ได้จับมือกับก่อเกียรติ ลิมปพัทธ์ น้องชาย ก่อตั้งบริษัท บอร์น แอนด์ แอสโซซิเอทด์ จำกัด เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ออกอากาศทางช่อง 3 พร้อมสร้างสรรค์รายการที่ประสบความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “เอาไปเลย” “ฝันที่เป็นจริง” “ทไวไลท์โชว์” “เฉียด” “ลับเฉพาะคนรู้ใจ” “ใครผิดคนถูก” “เกมเศรษฐี” และ “ทูไนท์โชว์”
โดยเฉพาะรายการ “ฝันที่เป็นจริง” ซึ่งเป็นที่จดจำจากการมอบโอกาสและช่วยเหลือผู้คนในสังคม ขณะที่ “ทไวไลท์โชว์” ก็เป็นรายการทอล์กโชว์ชื่อดังที่มีบุคคลในแวดวงบันเทิงและคนดังมากมายมาร่วมพูดคุย ส่วนรายการ “เกมเศรษฐี” ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนั้น
ปัจจุบัน ต๋อย ไตรภพ ยังคงมีผลงานพิธีกรผ่านรายการ “ครัวคุณต๋อย” และ “ทูเดย์โชว์” ทางไทยทีวีสีช่อง 3 โดยรายการทูเดย์โชว์ยังมีวลีติดหูอย่าง “เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง” ที่ผู้ชมจำนวนมากนำไปพูดต่อจนกลายเป็นประโยคฮิต
ด้านชีวิตครอบครัว ต๋อย ไตรภพ สมรสกับพิจิตรา ลิมปพัทธ์ มีบุตร 2 คน ได้แก่ ตูน-พัทธยศ ลิมปพัทธ์ และตาล-ไตรตรา ลิมปพัทธ์
ล่าสุด วันที่ 19 ตุลาคม 2569 มีรายงานว่า บริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ ได้ประกาศเลิกกิจการ พร้อมเลิกจ้างพนักงานทุกตำแหน่งและทุกแผนก โดยจะยุติการดำเนินธุรกิจทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
ตามประกาศเรื่องการเลิกกิจการและเลิกจ้างพนักงาน บริษัทระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและชะลอตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้บริษัทประสบภาวะขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อสถานะทางการเงินและความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
แม้ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นจะพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงประคับประคองกิจการด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น คณะกรรมการบริหารจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุติกิจการและหยุดประกอบธุรกิจทั้งหมด ส่งผลให้ต้องเลิกจ้างพนักงานทุกตำแหน่งและทุกแผนก
สำหรับการดูแลพนักงานที่ได้รับผลกระทบ บริษัทระบุว่าจะจ่ายเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังเหลืออยู่ ตลอดจนเงินได้อื่น ๆ ตามสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินเดือนภายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569
ขณะที่พนักงานทุกคนจะปฏิบัติงานเป็นวันสุดท้ายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 พร้อมขอความร่วมมือให้ส่งมอบงานและคืนทรัพย์สินของบริษัทให้เรียบร้อยภายในเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะจัดเตรียมหนังสือรับรองการทำงานและเอกสารที่จำเป็น เพื่อให้พนักงานสามารถนำไปใช้ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคมได้
ในช่วงท้ายของประกาศ บริษัทได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจและร่วมกันขับเคลื่อนบริษัทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
การประกาศปิดกิจการครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตาของธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อในปัจจุบัน
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ