กลายเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในวงการบันเทิงและเทคโนโลยี เมื่อ สวี่เผิง นักแสดงหนุ่มชาวจีนผู้มีอนาคตสดใส ซึ่งเป็นศิษย์เก่าจากสถาบันการละครกลาง และเพื่อนร่วมรุ่นของนางเอกชื่อดัง ซุนเชียน ที่เคยฝากผลงานการแสดงในซีรีส์ฟอร์มยักษ์อย่าง เทียบท้าปฐพี (Who Rules The World) และ 暗河传 (An He Zhuan) ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่พลิกผัน

ล่าสุด สวี่เผิง ได้เปิดเผยว่าปัจจุบันตนเองต้องเผชิญภาวะตกงานและได้ผันตัวกลับไปช่วยครอบครัวทำมาหากิน โดยการขับรถสามล้อขายผักอยู่ที่บ้านเกิดในหมู่บ้านชนบท มณฑลซานตง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทและแย่งงานในอุตสาหกรรมบันเทิง
ย้อนกลับไปในปี 2025 สวี่เผิง ได้เริ่มผันตัวเข้าสู่วงการ “ซีรีส์สั้น” หรือมินิซีรีส์แนวตั้ง และโด่งดังเป็นพลุแตกจากบทบาท “ท่านประธานจอมเผด็จการ” จนมีฐานแฟนคลับอย่างหนาแน่น ทว่าหลังจากถ่ายทำซีรีส์เรื่องล่าสุดเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขากลับต้องเผชิญภาวะไม่มีงานจ้างอย่างสิ้นเชิง จนในที่สุดต้องตัดสินใจโบกมือลาวงการบันเทิงชั่วคราว และเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด เพื่อช่วยครอบครัวทำมาหากิน

ปัจจุบัน ภาพของอดีตพระเอกสุดฮอตผู้นี้ ได้เปลี่ยนไปเป็นคนขับรถสามล้อไฟฟ้า บรรทุกต้นหอม ถั่วงอก และหอมใหญ่ ที่อาม่าอากงปลูกเอง ไปนั่งขายอยู่ที่ตลาดสดในท้องถิ่น ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีที่ปล่อยวางและมองโลกในแง่ดีว่า “นักแสดงก็เป็นแค่ซีพหนึ่งครับ พอไม่มีบทให้เล่น เราก็แค่เปลี่ยนงานไปทำอย่างอื่นเพื่อเลี้ยงชีพ หาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองอย่างซื่อสัตย์ ไม่มีอุปสรรคไหนที่ผ่านไปไม่ได้หรอกครับ” และในระหว่างที่เขานั่งขายผัก ก็ยังมีแฟนคลับที่จำได้แวะเวียนมาขอถ่ายรูปคู่เรื่อย ๆ
วิกฤตการณ์ที่สวี่เผิงต้องเผชิญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมบันเทิงจีน โดยเฉพาะในตลาดซีรีส์สั้นที่เน้นความรวดเร็วและต้นทุนต่ำ ข้อมูลระบุว่านับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2026 มินิซีรีส์ที่ออกอากาศในประเทศจีนมากกว่า 95% ถูกผลิตขึ้นโดยเทคโนโลยี AI ทั้งหมด
ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่ามหาศาล บวกกับความรวดเร็วในการสร้างสรรค์เนื้อหา ทำให้ค่ายผู้ผลิตหันไปใช้ AI แทนการจ้างผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงที่เป็นมนุษย์จริง ๆ ส่งผลให้พื้นที่ทำมาหากินของนักแสดงมินิซีรีส์ถูกบีบจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเหล่านักแสดงและคนในวงการบันเทิงจีนจำนวนมากออกมาตัดพ้อผ่านโซเชียลมีเดียว่ากำลังเผชิญภาวะ “ไม่มีงานทำ” เพราะสู้ความถูกและเร็วของ AI ไม่ไหวเช่นเดียวกัน
ข้อมูล ettoday