ฟิล์ม รัฐภูมิ เคลื่อนไหวแล้ว! หลังถูกโยงปม DSI ค้นเครือข่าย Forex มีชื่อเอี่ยวคดี
ฟิล์ม รัฐภูมิ เคลื่อนไหวแล้ว! หลังถูกโยงปม DSI ค้นเครือข่าย Forex มีชื่อเอี่ยวคดี
ข่าวบันเทิง

ฟิล์ม รัฐภูมิ เคลื่อนไหวแล้ว! หลังถูกโยงปม DSI ค้นเครือข่าย Forex มีชื่อเอี่ยวคดี

ฟังข่าวนี้

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เปิดปฏิบัติการ 'Shutdown the laundering' เข้าตรวจค้นเครือข่ายชักชวนลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 24 จุดปฏิบัติการทั่วประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีบุคคลที่มีชื่อเสียง ทั้งนักการเมืองและศิลปินในวงการบันเทิงเข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้ต้องสงสัย หรือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเครือข่ายดังกล่าว

โดยในส่วนของศิลปินวงการบันเทิงนั้น คณะพนักงานสอบสวนได้มีการยึดทรัพย์สินเป็นรถหรูซูเปอร์คาร์และรถจักรยานยนต์หลายรายการ ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านบาท เพื่อนำมาเป็นของกลางในคดี เนื่องจากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับธุรกิจการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ล่าสุด นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม รัฐภูมิ นักแสดงชื่อดัง ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการ 'ตกมันส์บันเทิง ไนน์เอนเตอร์เทน' ถึงกรณีที่มีรายชื่อตนเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า 'ผมไม่เกี่ยวอะไรกับ Forex ทั้ง 25 บริษัทที่ขึ้นชื่อมาเลย ไม่เคยมีชื่อฟิล์มอยู่ในนั้นเลย และไม่เคยประกอบธุรกิจ Forex ด้วย' พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยและหน่วยงานภาครัฐว่าจะให้ความเป็นธรรมกับตน

ฟิล์ม รัฐภูมิ ยังกล่าวอีกว่า ตนมองเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติในชีวิตที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ลักษณะนี้มาโดยตลอด และยังมองว่าเป็นข้อดีที่จะได้มีโอกาสเคลียร์กับสังคมว่าตนเองบริสุทธิ์และไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นักแสดงหนุ่มเผยว่า เท่าที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีชื่อตนไปเกี่ยวโยงในส่วนของ 'เพย์เมนต์' ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่าอาจมีบริษัทของตนที่ทำโปรแกรมให้กับบริษัทที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากบริษัทของตนมีการรับทำโปรแกรมและระบบหลังบ้านอยู่แล้ว จึงต้องหาเส้นทางเชื่อมโยงเพื่อให้สามารถดีแคลร์ตัวเองได้อย่างชัดเจน แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรไปเกี่ยวโยงกับ Forex ในกระบวนการนี้อย่างแน่นอน เพราะตนไม่เคยทำธุรกิจประเภทนี้

ฟิล์ม รัฐภูมิ ย้ำว่า ตนเชื่อมั่นในหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนว่าจะให้ความเป็นธรรม พร้อมทั้งเปิดเผยว่าตนเองต้องเผชิญกับการถูกเชื่อมโยงในหลายเรื่องมาตลอดชีวิต และทุกครั้งที่ผ่านมาก็สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้เสมอ ซึ่งหากพบว่ามีผู้ให้ข้อมูลเท็จ ตนก็พร้อมที่จะดำเนินการทางกฎหมายเช่นเดิม โดยที่ผ่านมาตนชนะคดีมาโดยตลอด และในครั้งนี้ก็ยังไม่ทราบว่าชื่อของตนไปเกี่ยวโยงในรูปแบบใด แต่พร้อมที่จะเข้าไปแสดงความบริสุทธิ์และขอความเป็นธรรมจากสังคม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ