18 มิถุนายน 2569 ติณติณ New Country และ ฟารีดา เดินทางไปยังคลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความเป็นบิดาของเด็กในครรภ์ หลังฝ่ายหญิงออกมาเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับติณติณจนตั้งครรภ์ และเรียกร้องให้ฝ่ายชายรับผิดชอบหากผลตรวจยืนยันว่าเป็นบิดาของเด็ก
ติณติณเปิดใจระหว่างเดินทางเข้ารับการตรวจว่า ตั้งใจมาตรวจเพื่อให้ทุกอย่างเกิดความชัดเจน โดยเมื่อมาถึงคลินิกไม่ได้พบหรือพูดคุยกับฟารีดา พร้อมระบุว่ายังมีหลักฐานอีกหลายอย่าง เช่น แชตการสนทนา แต่จะนำมาใช้เมื่อใดนั้นขอพิจารณาตามความเหมาะสม โดยขอให้ความสำคัญกับผลตรวจดีเอ็นเอเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ ติณติณยังยอมรับว่ารู้สึกไม่ดีกับข้อกล่าวหาหลายประเด็นที่ถูกพาดพิง โดยเฉพาะเรื่องการเสพยาและการพรากผู้เยาว์ ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตน
นับเป็นครั้งแรกที่คุณพ่อและคุณแม่ของติณติณออกมาเปิดใจต่อสื่อภายหลังลูกชายตกเป็นประเด็นร้อน โดยคุณพ่อระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการพรากผู้เยาว์และยาเสพติดเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก และสร้างความเสียหายให้กับลูกชายอย่างหนัก
คุณพ่อกล่าวว่า "เรื่องที่น้องกล่าวว่าพาดพิง พรากผู้เยาว์และยาเสพติด มันค่อนข้างรุนแรงมาก เกิดความเสียหายกับน้องรุนแรงเลย มีความเห็นว่าอยากฟ้องเรียกความเป็นธรรม มันแรงมากเกินไปแบบไม่มีเหตุไม่มีผล ไม่มีหลักฐานชัดเจน ที่ทุกคนเห็นจะเห็นว่าเขาพูดรุนแรงมาก ไม่ใช่แค่เคสนี้ เคสอื่นเขาก็พูด โดยที่ไม่มีหลักฐาน ดูสนุกปากไป เรื่อง DNA ก็เป็นส่วนหนึ่ง"
ด้านคุณแม่ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเผยว่าลูกชายอยากให้ครอบครัวโฟกัสเรื่องผลตรวจก่อน แต่ในฐานะผู้หญิงและคนเป็นแม่ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่เช่นกัน
คุณแม่กล่าวว่า "แต่นี่(ติณติณ) เขาอยากให้แม่โฟกัสเรื่องผลตรวจก่อน แต่แม่ก็เอ๊ะ ผู้หญิงอะไรถ้าท้องจะบอกคนอื่นก่อนบอก... แม่ก็เลยไม่แน่ใจ ถ้าเป็นแม่แม่เสียใจไม่ทำแบบนี้ จะโฟกัสลูกมากกว่า ลูกดิ้นหรือยัง จะ 5 เดือนแล้ว แม่อยากจะเข้าไปถามกินอะไรหรือเปล่า ? วันนี้กินอะไรหรือยัง ลูกดิ้นหรือยัง"
ขณะที่คุณพ่อมองว่าควรมีการพูดคุยกันระหว่างผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่แรก และไม่ควรปล่อยให้เรื่องราวบานปลายจนกลายเป็นประเด็นสาธารณะ
"ควรที่จะมีผู้ใหญ่มาคุยกัน ไม่ควรจะเป็นแบบนี้ ไม่ควรจะออกมาเป็นแบบนี้"
ส่วนคุณแม่ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้เป็นคนใจร้าย และรู้สึกสงสารเด็กในครรภ์มากที่สุด
"เราก็ไม่ใช่คนใจดำ"
ด้านคุณพ่อกล่าวเสริมว่า "เราควรคุยกันดีๆ ไม่ควรกล่าวร้ายที่รุนแรง"
ขณะที่คุณแม่กล่าวทั้งน้ำเสียงสั่นเครือว่า "แม่สงสารเด็กมากกว่า ยิ่งถ้าเป็นหลานเรา อยากจะร้องไห้เลย สงสารเด็ก"
คุณแม่ยังเปิดเผยอีกว่า หากผลตรวจออกมาว่าเด็กเป็นลูกของติณติณจริง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับและให้ความรักกับเด็กเช่นกัน
"ถ้าเป็นลูกติณติณ แม่ก็รัก แต่ขอดูผลก่อน แม่อยากเข้าไปถามเป็นไงบ้าง ลูกดิ้นหรือยัง แต่ไม่กล้าถาม"
อย่างไรก็ตาม คุณพ่อและคุณแม่ของติณติณยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เคยพบหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่ของอีกฝ่ายมาก่อนแต่อย่างใด