รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมการสร้างงานและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก เตรียมเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส' อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์ที่มีมาตรฐาน ปูทางสู่การสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและหน่วยงานพันธมิตร เพื่อจัดเตรียมมาตรการสนับสนุนแบบจัดเต็ม ทั้งเงินทุน ช่องทางการตลาด และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง
สิทธิประโยชน์ไฮไลต์สำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์ภายใต้โครงการนี้ ได้แก่
รัฐช่วยอุดหนุนเงินทุน 50%: รัฐบาลจะสนับสนุนเงินลงทุนครึ่งหนึ่งของมูลค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ (สำหรับแพ็กเกจราคาไม่เกิน 100,000 บาท) โดยผู้ซื้อจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุดรายละไม่เกิน 10,000 บาท
เปิดร้านฟรี 6 เดือน ที่โลตัสและแม็คโคร: ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิ์ใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการในเครือ Lotus's และ Makro กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นานถึง 6 เดือนเต็ม ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ทันที
สินเชื่ออัตราพิเศษดอกเบี้ยต่ำ: หากผู้ลงทุนยังขาดเงินทุน สามารถขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Business), SME D Bank และธนาคารออมสิน โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกันสินเชื่อ
โอกาสเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60 : 40): ผู้ลงทุนยังมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการพิเศษเพื่อช่วยดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นยอดขายเพิ่มเติม
ไทม์ไลน์และกำหนดการสำคัญที่ผู้สนใจควรทราบ:
1 กรกฎาคม 2569: เปิดระบบให้เลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ และเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ
15 กรกฎาคม 2569: งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการโดยรองนายกรัฐมนตรีฯ
31 กรกฎาคม 2569: ปิดรับสมัครร้านค้าร่วมโครงการ (60:40)
ขั้นตอนการสมัครสำหรับผู้ลงทุน
ผู้สนใจสามารถเข้าไปเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่สนใจผ่านเว็บไซต์ทางการ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th จากนั้นให้ติดต่อประสานงานไปยังเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ (Franchisor) ที่เลือกโดยตรง ซึ่งเจ้าของแฟรนไชส์จะทำการคัดเลือกและส่งต่อเอกสารมายังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อพิจารณาความพร้อมร่วมกัน
สำหรับเจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisor) ที่มีศักยภาพ ก็สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้เช่นกันตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อขยายฐานธุรกิจและเข้าถึงผู้สนใจลงทุนจากทั่วประเทศ โดยแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมจะต้องผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน