นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับเพิ่มเบี้ยความพิการสำหรับผู้พิการที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีอายุต่ำกว่า 18 ปี จากเดิมเดือนละ 800 บาท เป็นเดือนละ 1,000 บาท เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในการได้รับสวัสดิการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังอนุมัติโครงการจัดหากายอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนประจำปี 2569 วงเงิน 141 ล้านบาท ครอบคลุมการจัดหาอุปกรณ์จำนวน 17,000 รายการ
พร้อมกันนี้ กพช. ยังเห็นชอบการปรับปรุงแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ รวมถึงขยายวงเงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพสำหรับผู้พิการ จากเดิมไม่เกิน 120,000 บาท เป็นไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและความจำเป็นในการดำรงชีพของประชาชนในปัจจุบัน
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือ การปรับปรุงหลักเกณฑ์ผู้ช่วยคนพิการ โดยเปิดโอกาสให้เครือญาติสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคนพิการได้ หากผ่านการอบรมและได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนในอัตรา 60 บาทต่อชั่วโมง ทำงานวันละ 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 30 วันต่อเดือน รวมค่าตอบแทนสูงสุดเดือนละ 10,800 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระของผู้ที่ต้องลาออกจากงานมาดูแลผู้พิการภายในครอบครัว
ด้านการจ้างงานผู้พิการในหน่วยงานภาครัฐ รัฐบาลเตรียมนำรายงานสถานการณ์การจ้างงานผู้พิการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี พร้อมขอความร่วมมือให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการจ้างงานผู้พิการให้เป็นไปตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด เช่นเดียวกับภาคเอกชนที่มีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและยกร่างพระราชบัญญัติการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design) โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ทั้งด้านโครงสร้างกายภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล การศึกษา และเครือข่ายผู้พิการหลากหลายประเภท เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทุกคนในสังคม ไม่เฉพาะผู้พิการ แต่ยังรวมถึงการรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการประกอบอาชีพอย่างเท่าเทียม
ส่วนความคืบหน้าการปรับเพิ่มเบี้ยความพิการและการจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยคนพิการนั้น นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระบุว่า คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ หรืออย่างช้าภายในต้นเดือนกรกฎาคม 2569
สำหรับหลักสูตรอบรมผู้ช่วยคนพิการ จะดำเนินการร่วมกับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่มีหลักสูตรด้านพยาบาล เพื่อเปิดอบรมและรับรองผู้ช่วยคนพิการอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ผู้พิการที่มีสิทธิได้รับการดูแลภายใต้มาตรการดังกล่าว จะต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการอย่างถูกต้อง ครอบคลุมทั้ง 7 ประเภทความพิการ โดยสิทธิการมีผู้ช่วยคนพิการจะสิ้นสุดลงเมื่อพ้นสภาพความพิการ ผู้พิการเสียชีวิต หรือมีการยกเลิกการเป็นผู้ดูแลตามเงื่อนไขที่กำหนด