ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.,พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.มงคล นนท์ธีระโรจน์ , พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี รอง ผกก.5 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ทล. ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี

โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน
1.“แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น(ปลัดอำเภอ)”

2. “สวมเครื่องแบบโดยไม่มีสิทธิที่จะสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน หรือไม่มีสิทธิใช้ยศตำแหน่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ (เครื่องแบบปลัดอำเภอ)”
3.ใช้เครื่องหมายราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.มีเครื่องวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
5.ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม
6.ใช้สัญญาณไฟวับวาบโดยไม่ได้รับอนุญาต
พร้อมด้วยของกลาง
1. รถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน จว-5XXX เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน

2. กุญแจรถ จำนวน 1 ดอก
3. แผ่นป้ายแม่เหล็กเครื่องหมายกรมการปกครอง จำนวน 2 แผ่น
4. แผ่นป้ายแม่เหล็ ปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองส่วนกลาง จำนวน 2 แผ่น
5. วิทยุสื่อสารสีดำ ยี่ห้อ MOTOROLA จำนวน 1 เครื่อง
6. วิทยุสื่อสารสีดำ ยี่ห้อ commander จำนวน 1 เครื่อง
7. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ infinix จำนวน 1 เครื่อง
8. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง จำนวน 1 เครื่อง
9. แทปเล็ต จำนวน 1 เครื่อง
10.เอกสารราชการปลอม ดังนี้

10.1 เอกสารผู้ว่าราชจังหวัดตากแต่งตั้งหมวดเอก ภูมิพัฒน์ ฯ ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจสายตรวจ
10.2 เอกสารคำสั่งจังหวัดแต่งตั้ง ภูมิพัฒน์ฯ ออกตรวจปฏิบัติหน้าที่ตามสถานบันเทิงเพื่องดใช้เสียง
10.3 เอกสารคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
10.4 เอกสารคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาไทย
10.5 หนังสือร้องเรียนมูลนิธิตากร่วมใจสงเคราะห์
10.6 ภาพถ่ายสวมเครื่องแบบปลัดอำเภอ
สถานที่จับกุม บนถนน ทล.1 กม.688 ต.วังพร้าว อ.เกาะคา จว.ลำปาง

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงลำปางปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจบนทางหลวงหมายเลข 1 บริเวณกิโลเมตรที่ 688 ตำบลวังพร้าว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ได้ตรวจพบรถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ขับมาด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงเรียกให้หยุดตรวจสอบ
พบว่ารถคันดังกล่าวติดตั้งอุปกรณ์และสัญลักษณ์ที่แสดงตนคล้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทั้งไฟสัญญาณฉุกเฉิน เสาวิทยุสื่อสาร ป้ายข้อความ “บก.ปพ.” รวมถึงตราสัญลักษณ์กรมการปกครองและป้าย “ปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองส่วนกลาง” ภายในรถมีผู้โดยสารรวม 3 คน โดยชายที่แสดงตนเป็น “ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่” สวมเสื้อกั๊กปักชื่อ “ภูมิพัฒน์ ฯ ปลัดอำเภอ” ไม่สามารถแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการหรือเอกสารยืนยันตัวตนได้ เมื่อตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครองพบว่าไม่มีบุคคลดังกล่าวอยู่ในสารบบราชการแต่อย่างใด ก่อนเจ้าหน้าที่จะตรวจค้นรถและพบเครื่องแบบปลัดอำเภอ วิทยุสื่อสารที่ไม่มีใบอนุญาต ตลอดจนเอกสารราชการปลอมหลายรายการ
จากการแยกสอบปากคำบุคคลที่เดินทางมาด้วยกัน คือ นายก (นามสมมติ) และนาย ข (นามสมมติ) ซึ่งเป็นบิดาและบุตร ให้การสอดคล้องกันว่า รู้จักกับนายเอ (นามสมมติ) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 หลังเข้ามาเช่าห้องพักรายเดือนในจังหวัดตาก โดยนายเอ (นามสมมติ) อ้างตัวเป็นปลัดอำเภอและกล่าวว่ามารดาเป็นข้าราชการระดับสูง สามารถช่วยฝากเข้ารับราชการและช่วยเหลือเรื่องการเลื่อนตำแหน่งของบุคคลในครอบครัวได้ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นายเอ (นามสมมติ) มักแต่งกายด้วยเครื่องแบบปลัดอำเภอ ถ่ายภาพร่วมกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งสร้างบัญชีไลน์ปลอมแอบอ้างเป็นมารดาที่อ้างว่ารับราชการชั้นผู้ใหญ่ ใช้ติดต่อพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลงเชื่อสนิทใจ และทยอยมอบเงินให้ตามคำร้องขอ โดยอ้างว่าจะนำไปใช้ซื้อของฝากหรือดำเนินการกับผู้ใหญ่ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200,000 บาท

ในวันเกิดเหตุ นายเอ (นามสมมติ) ได้ขับรถไปรับนายก (นามสมมติ) และนาย ข (นามสมมติ) จากจังหวัดตาก โดยอ้างว่าจะพาไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองจึงร่วมเดินทางมาด้วยความเชื่อถือ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบและพบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่า นายมนัสฯ มิได้เป็นปลัดอำเภอตามที่กล่าวอ้าง และไม่มีมารดาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ตามที่ใช้หลอกลวงแต่อย่างใด ภายหลังผู้เสียหายได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นยังพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นปลัดอำเภอกับบุคคลอื่นอีกหลายรายในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะคา จังหวัดลำปาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป