วันที่ 18 มิถุนายน ซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานว่า มีคลิปวิดีโอปรากฏภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เมื่อคืนวันที่ 17 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น ที่พระราชวังแวร์ซายส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันทีหลังการลงนาม
ขณะที่ฝ่ายอิหร่านมีการลงนามโดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ตามภาพถ่ายที่เผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐ อย่างไรก็ตาม เอกสารฉบับเต็มพร้อมคำอธิบายประกอบ รวมถึงกำหนดการพิธีลงนามที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีแล้ว
สำหรับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ฉบับที่ทำเนียบขาวยืนยันอย่างเป็นทางการ มีทั้งหมด 14 ข้อ ดังนี้
ข้อ 1
สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และพันธมิตรของทั้งสองฝ่ายในสงครามปัจจุบัน ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เพื่อประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร รวมถึงในเลบานอน พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่เปิดฉากสงครามหรือปฏิบัติการทางทหารต่อกันอีก ไม่ข่มขู่หรือใช้กำลังต่อกัน และจะเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของเลบานอน ทั้งนี้ ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ (Final Deal) จะรับรองการยุติสงครามอย่างถาวรในทุกแนวรบ รวมถึงข้อกำหนดอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในย่อหน้านี้
ข้อ 2
สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านให้คำมั่นว่าจะเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน รวมถึงจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย
ข้อ 3
ทั้งสองประเทศมุ่งมั่นที่จะเจรจาและจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน โดยสามารถขยายระยะเวลาได้หากได้รับความเห็นชอบร่วมกัน
ข้อ 4
ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาจะเริ่มดำเนินการยกเลิกการปิดล้อมทางเรือ รวมถึงยุติการรบกวนหรืออุปสรรคใด ๆ ที่มีต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และจะยุติการปิดล้อมทางเรือทั้งหมดภายใน 30 วัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว การเดินเรือจะค่อย ๆ กลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดสงครามตามสัดส่วนที่อิหร่านกำลังฟื้นฟู นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาจะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้เคียงอิหร่านภายใน 30 วัน หลังข้อตกลงฉบับสมบูรณ์มีผลบังคับใช้
ข้อ 5
หลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจ อิหร่านจะใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อจัดให้มีเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ปลอดภัยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลา 60 วัน ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและทะเลโอมาน โดยการสัญจรทางเรือจะเริ่มขึ้นทันที และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน อิหร่านจะหารือกับรัฐสุลต่านโอมาน รวมถึงประเทศชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการและให้บริการทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่ง
ข้อ 6
สหรัฐอเมริการ่วมกับพันธมิตรในภูมิภาค จะจัดทำแผนการฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจของอิหร่านด้วยวงเงินอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลไกดำเนินงานจะต้องสรุปให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ในฐานะส่วนหนึ่งของข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ พร้อมให้การอนุมัติใบอนุญาต การผ่อนปรน และการอนุมัติที่จำเป็นสำหรับธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ข้อ 7
สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่าจะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่ออิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มติของคณะผู้ว่าการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐทั้งระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ ตามกรอบเวลาที่จะกำหนดไว้ในข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง และจะเร่งดำเนินการเจรจาเพื่อหาข้อยุติร่วมกัน
ข้อ 8
อิหร่านยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่จัดหาและไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้มีการจัดการวัสดุเสริมสมรรถนะหรือยูเรเนียมที่สะสมอยู่ตามกลไกที่ตกลงร่วมกัน ภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA โดยแนวทางขั้นต่ำคือการลดระดับความเข้มข้นในพื้นที่ปฏิบัติการ (Down-blended on site)
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ภายใต้กรอบที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน ซึ่งจะถูกกำหนดไว้ในข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ โดยต่างยอมรับว่าประเด็นด้านนิวเคลียร์เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องเร่งเจรจาเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน
ข้อ 9
ระหว่างรอการจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ทั้งสองฝ่ายจะรักษาสถานะเดิมไว้ โดยอิหร่านจะคงสถานะปัจจุบันของโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐอเมริกาจะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่ และจะไม่ส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค
ข้อ 10
สหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่า ทันทีที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ และจนกว่ามาตรการคว่ำบาตรจะสิ้นสุดลง กระทรวงการคลังสหรัฐจะออกข้อยกเว้น (Waivers) สำหรับการส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และอนุพันธ์ปิโตรเลียมของอิหร่าน รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมทางธนาคาร การประกันภัย การขนส่ง และบริการอื่น ๆ
ข้อ 11
สหรัฐอเมริกาจะเปิดทางให้เงินทุนและทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดหรือถูกจำกัดสิทธิ์ สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อมีการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยทั้งสองฝ่ายจะกำหนดขั้นตอนการปล่อยเงินทุนร่วมกันในระหว่างการเจรจา ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะยังอยู่ในบัญชีเดิมหรือถูกโอนย้าย จะต้องสามารถนำไปชำระเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ปลายทางที่ธนาคารกลางอิหร่านกำหนดได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งสหรัฐอเมริกาจะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ข้อ 12
สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเห็นชอบร่วมกันให้จัดตั้งกลไกฝ่ายบริหาร เพื่อติดตามและตรวจสอบความคืบหน้าในการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ รวมถึงข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในอนาคต
ข้อ 13
ภายหลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจ และเมื่อเริ่มดำเนินการตามข้อ 1 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 10 และข้อ 11 รวมถึงมีการดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในประเด็นอื่น ๆ ที่เหลือ
ข้อ 14
ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะได้รับการรับรองผ่านมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมาย