วันที่ 24 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับตำรวจ บก.ปปป. เปิดปฏิบัติการตรวจสอบเครือข่ายทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 หลังพบข้อมูลผู้เข้าสอบทั่วประเทศกว่า 430,000 คน แต่มีอัตราบรรจุเพียง 6,669 ตำแหน่ง โดยการสืบสวนเบื้องต้นพบรายชื่อที่อาจเกี่ยวข้องมากถึง 9,000 ราย ครอบคลุมทั้งผู้สอบตัวจริงและตัวสำรอง

จากการตรวจสอบยังพบรูปแบบการเรียกรับผลประโยชน์ โดยตำแหน่งทั่วไปมีการเรียกเงินประมาณ 350,000 บาท ส่วนตำแหน่งที่มีการแข่งขันสูงหรือเฉพาะพื้นที่ อัตราสินบนพุ่งสูงถึง 700,000–800,000 บาทต่อราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าความเสียหายอาจสูงรวมกว่า 4,500 ล้านบาท และมีหลักฐานชี้ว่ามีการแก้ไขกระดาษคำตอบเพื่อเปลี่ยนผลสอบของผู้ไม่ผ่านให้กลายเป็นผู้ผ่าน จนนำไปสู่การโยกย้ายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ต่อมาในโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่เรื่องราวจากผู้เข้าสอบรายหนึ่งในการสอบวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุว่าเธอสอบผ่านภาค ก แต่กลับได้คะแนนภาค ข เป็น 0 คะแนน พร้อมเหตุผลว่าฝนรหัสชุดข้อสอบผิดหรือไม่ฝนรหัส แม้เจ้าตัวยืนยันว่าไม่น่าพลาด เนื่องจากมีประสบการณ์สอบหลายสนาม
ผู้ร้องเรียนรายดังกล่าวเล่าว่า หลังยื่นขอดูกระดาษคำตอบตามสิทธิที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศไว้ ได้ถูกนัดให้ไปตรวจสอบที่โรงพิมพ์เก็บเอกสารในพื้นที่สมุทรปราการ โดยมีมาตรการเข้มงวด ตรวจค้นก่อนเข้า ห้ามนำสัมภาระและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ประกบตลอดเวลา และให้ลงนามยินยอมเงื่อนไขการรักษาความลับ
เมื่อถึงขั้นตอนตรวจสอบ เธอระบุว่าได้รับเพียงกระดาษคำตอบแผ่นเดียว โดยไม่มีชุดข้อสอบมาเปรียบเทียบ และถูกชี้แจงว่าคะแนนเป็นศูนย์จากการฝนรหัสชุดข้อสอบผิด แต่ไม่สามารถตรวจสอบหลักฐานประกอบได้ ทำให้เกิดข้อสงสัย เนื่องจากกระดาษคำตอบที่ได้รับมีสภาพเรียบใหม่ ไม่มีร่องรอยการแก้ไข ทั้งที่ตนเองยืนยันว่ามีการลบและแก้ไขคำตอบหลายจุดระหว่างทำข้อสอบ ขณะที่ยังพบว่ามีลายเซ็นของตนปรากฏอยู่
ผู้ร้องเรียนยังระบุอีกว่า ผู้เข้าสอบรายอื่นที่มีลักษณะปัญหาเดียวกันหลายรายต่างได้รับผลสอบเป็นศูนย์เช่นเดียวกันทั้งหมด และเมื่อยื่นอุทธรณ์กลับไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน ทำได้เพียงยอมรับผลสอบและเตรียมสอบใหม่ ขณะที่บางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของกระบวนการตรวจและจัดเก็บกระดาษคำตอบ

ล่าสุด เมื่อเกิดข่าวการทลายเครือข่ายทุจริตสอบดังกล่าว ทำให้ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งกลับมาตั้งคำถามต่อกระบวนการตรวจคะแนนและการจัดเก็บหลักฐาน ว่ามีความเชื่อมโยงหรือความผิดปกติใดเกิดขึ้นกับการประมวลผลคะแนนสอบหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง
