วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เปิดเผยผ่านเพจสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าของประเทศ โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัจจุบันยังมีต้นทุนบางส่วนที่ถูกนำไปรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องชำระ หนึ่งในนั้นคือค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะของภาครัฐ ซึ่งถูกบวกเข้าเป็นต้นทุนรวมของระบบไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวย้ำว่า การปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าในระยะต่อไป จะไม่ใช่เพียงการปรับสูตรคำนวณค่าไฟฟ้าเท่านั้น แต่จะครอบคลุมการทบทวนต้นทุนทุกองค์ประกอบของระบบอย่างรอบด้าน ทั้งการแก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม การลดความสูญเสียในระบบสายส่งและสายจำหน่าย ตลอดจนการพิจารณาต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะของภาครัฐที่ปัจจุบันยังถูกนำมาคิดรวมอยู่ในค่าไฟฐานและบิลค่าไฟของประชาชน
พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมผลักดันให้มีการปรับเปลี่ยนระบบไฟถนนทางหลวงและไฟฟ้าสาธารณะของหน่วยงานภาครัฐ มาใช้หลอดไฟ LED มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการใช้ไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว โดยมองว่าต้นทุนส่วนดังกล่าวเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่สะสมอยู่ในระบบค่าไฟฟ้ามาเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับโดยไม่รู้ตัว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า หากสามารถลดการใช้พลังงานของระบบไฟฟ้าสาธารณะลงได้ประมาณหนึ่งในสาม จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของประเทศได้มากกว่า 10 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดภาระค่าไฟของประชาชนในอนาคต
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังอยู่ระหว่างศึกษาการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าทั้งระบบ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น ทั้งการทบทวนสัญญารับซื้อไฟฟ้าบางประเภท การลดความสูญเสียในระบบไฟฟ้า และการกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกมายอมรับว่า ค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าสาธารณะของภาครัฐเป็นหนึ่งในต้นทุนที่ถูกผลักเข้าสู่โครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องรับภาระ และเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้าปฏิรูป เพื่อให้ระบบค่าไฟฟ้ามีความเป็นธรรม โปร่งใส และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น สร้างความหวังให้กับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ
ชมคลิป