เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 17 มิถุนายน 2569 พ.ต.ท.กัมพล อินทีวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.อุทัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนวัดคานหาม ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงประสานรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบภายในชุมชน พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเลขที่ 7/4 ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น โดยชั้นล่างก่อสร้างด้วยปูน ส่วนชั้นบนเป็นบ้านทรงไทย เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เหลือเพียงกลุ่มควัน

โดยบ้านต้นเพลิงได้รับความเสียหายทั้งหลัง และบ้านใกล้เคียงได้รับความเสียหายบางส่วนอีก 2 หลัง ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
นางวิไล อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นน้องสาว ของเจ้าของบ้านที่เกิดเพลิงลุกไหม้ เล่าว่า บ้านหลังเกิดเหตุเป็นของพี่ชาย ส่วนตนอาศัยอยู่บ้านที่ปลูกติดกัน ขณะเกิดเหตุนั่งใส่ซองเตรียมจัดงานในวันพรุ่งนี้ อยู่ภายในบ้านพี่สาวอีกหลังข้างหน้าและจังหวะเดินกลับไปจะเตรียมของจัดงานพรุ่งนี้ สังเกตเห็นแสงเพลิงลุกไหม้มาจากบริเวณชั้น 2 ของบ้าน ซึ่งเป็นห้องพระ ทุกคนจึงต่างรีบพากันหนีออกมาและแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าช่วยเหลือ

นางวิไลกล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ สมาชิกในครอบครัวเพิ่งเดินทางกลับจากงานศพพี่สาวที่วัดคานหาม โดยบ้านหลังดังกล่าวไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากเจ้าของบ้านไปพักอยู่ที่หอพัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ
ด้าน นายประชุม ตรีไชย อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน ตนพักอยู่ที่หอพักใกล้เคียง พึ่งกลับจากงานศพพี่สาวกำลังนั่งกินข้าว ก็มีญาติมาเรียกแจ้งว่าเกิดไฟไหม้ เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าเพลิงได้ลุกลามเผาบ้านเสียหายเกือบทั้งหมดแล้ว

นายประชุมกล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวมีอายุกว่า 40 - 50 ปี เป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นบนเป็นบ้านทรงไทย ใช้เก็บเครื่องใช้ภายในบ้าน ผ้าห่ม ที่นอน เสื้อผ้า และมีห้องพระอยู่บริเวณชั้นบน มีพระจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ประมาณ 5 ล้านบาท

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้จำนวน 1 หลังคาเรือน และบ้านใกล้เคียง ซึ่งเป็นเครือญาติกันได้รับความเสียหายบางส่วนอีก 2 หลัง
ทั้งนี้ จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดในวันพรุ่งนี้ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน