ไล่สกัดกระบะขนจีน หนีสุดชีวิต กว่า 120 กิโลเมตร คนขับอ้างตกใจเห็นไซเลน
ไล่สกัดกระบะขนจีน หนีสุดชีวิต กว่า 120 กิโลเมตร คนขับอ้างตกใจเห็นไซเลน
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไล่สกัดกระบะขนจีน หนีสุดชีวิต กว่า 120 กิโลเมตร คนขับอ้างตกใจเห็นไซเลน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.,พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.ตุลยวัต เมืองทอง ,พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รอง ผกก.3 บก.ทล., พ.ต.ท.พลปพัฒน์ ภู่พูลทรัพย์ สวญ.ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. นำโดย ร.ต.อ.วรายุทธ เจนวิชชุเมธ รอง สว. ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล., ร.ต.อ.ณัฏฐ์ปพน พระพรหม รอง สว.(ป.) ส.ทล.1.กก.3 บก.ทล., ด.ต.ยุทธพันธ์ แก้วแสน, ด.ต.ณัฐพล เยาวชิรพงศ์, ด.ต.นิวัฒน์ สิงห์มี, จ.ส.ต.พงศกร อุ่นแก้ว, จ.ส.ต.กฤษณะ ไทยสืบชาติ ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. ด.ต.ธีระวัฒน์ สมอุ่มจารย์, จ.ส.ต.วิทวัส ไชยวงษ์, ส.ต.อ.ตะวัน จั้นวันดี ส.ต.อ.ศรันย์ นันตี, ส.ต.อ.ณัฐพงษ์ มาตรา ส.ต.ท.กฤษฎา บุญปลอด ผบ.หมู่ .ทล.5 กก.3 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุมตัว

1. นายเอ (คนขับ) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาที่ 1

2. Mr.B อายุ 21 ปี บุคคลต่างด้าว สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ 2

3. Mr.C อายุ 34 ปี บุคคลต่างด้าว สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ 3

4. Mr.D อายุ 23 ปี บุคคลต่างด้าว สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ 4

ผู้ต้องหาที่ 1 กล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการจับกุม  ผู้ต้องหาที่ 2-4 กล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย พร้อมด้วยของกลาง

1. รถกระบะส่วนบุคคล ยี่ห้อ อีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก

2. โทรศัพท์ ซัมซุง Galaxy A06 จำนวน 1 เครื่อง

สถานที่จับกุม บริเวณ ทล.304 กม 47-48 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก จังหวัดกรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจในเขตรับผิดชอบ บริเวณ ทล.359 กม. 65-66 จ.ปราจีนบุรี พบรถยนต์ ต้องสงสัยจำนวน 1 คัน เป็นรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร มีลักษณะต้องสงสัย ขับมาด้วยความเร็วสูง รถวิทยุ 3502 จึงได้ไล่ติดตามและส่งสัญญาณ ให้รถคันดังกล่าวหยุดรถ แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไล่ติดตาม และขอกำลังเสริมจาก รถวิทยุ 3501 ที่ตรวจอยู่บริเวณใกล้เคียงมาช่วยสกัดรถยนต์คันดังกล่าว

ต่อมารถยนต์คันดังกล่าว ได้ขับหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยใช้ทางหลวง หมายเลข 304 จ.ปราจีนบุรี มุ่งหน้า จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้ไล่ติดตามรถยนต์ของคนร้ายมา จึงได้ประสานขอกำลังจาก ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. เพื่อสกัดรถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั้งเข้าพื้นที่ เขตสุวินทวงศ์ ทล.304 กม.47-48 แขวงกระทุ่มลาย เขตหนองจอก จังหวัดกรุงเทพมหานคร รถวิทยุ 3120 เข้าช่วยเหลือสกัดจับ แต่รถยนต์คันดังกล่าวไม่ยอมหยุด จึงได้ใช้กำลังทางยุทธวิธีเพื่อบังคับรถยนต์ให้หยุด

จากการตรวจค้นรถคันดังกล่าว พบผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่ และพบชาวจีนจำนวน 3 คน โดยสารมาในรถ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่ พร้อมรถยนต์ของกลาง รวมทั้ง ชาวจีน จำนวน 3 คน มาตรวจสอบเพิ่มเติมที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงสุวิทวงศ์ จากการตรวจสอบ ทราบว่าบุคคลต่างด้าวชาวจีน 3 คน ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย และไม่มีหนังสือเดินทาง มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.สุวินทวงศ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้ชยายผลจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ต่อไป

จากการสอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับว่า ตนทำหน้าที่ขนคนต่างด้าว (ชาวจีน) เส้นทางในการลักลอบขนคนต่างด้าวรับจาก พื้นที่ ต.เมืองไผ่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ใช้เส้นทางผ่าน ทล.หมายเลข 359, 304 เพื่อเข้าไป เขตกรุงเทพและปริมลฑล ได้รับค่าจ้าง 3,000 บาท/คน โดยรับจ้างทำงานขนชาวต่างด้าวผ่าน นายเต๋า ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ชาวไทย โดยมีนายอุ้ม และนายกรานต์ ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วย แต่ทั้งสองสามารถหลบหนีไปได้ ซึ่งขณะที่เจ้าหนี่เรียกเพื่อตรวจสอบนั้น ตนตกใจสัญญาไฟ (ไซเลน) ของเจ้าหน้าที่ จึงได้ขับหลบหนี

ส่วนบุคคลต่างด้าว สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ 2-4 ให้การผ่านล่ามเบื้องต้น ว่า ได้เดินทางข้ามผ่านช่องทางธรรมชาติ จากประเทศกัมพูชา เมื่อช่วงเช้าตรู่ เพื่อที่จะไปที่หมายในพื้นที่ จ.กรุงเทพฯ และจะเดินทางต่อไปยังประเทศเมียนมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ