เคลื่อนไหวแล้ว! สปสช. แจงทันที ปมฮอร์โมนข้ามเพศในสิทธิบัตรทอง
เคลื่อนไหวแล้ว! สปสช. แจงทันที ปมฮอร์โมนข้ามเพศในสิทธิบัตรทอง
ข่าวสังคม - โซเชียล

เคลื่อนไหวแล้ว! สปสช. แจงทันที ปมฮอร์โมนข้ามเพศในสิทธิบัตรทอง

ฟังข่าวนี้

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์การบรรจุบริการฮอร์โมนสำหรับบุคคลข้ามเพศเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง หลังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรค ขณะที่วัคซีนบางชนิดยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง โดยระบุว่าประเด็นดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการหลายชุดมาแล้ว

นพ.อรรถพร กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าวมีการหารือและถกเถียงกันอย่างรอบด้านในทุกมิติ ซึ่งเมื่อมีการบรรจุสิทธิประโยชน์ใหม่เข้าสู่ระบบ ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยแต่ละฝ่ายต่างมีเหตุผลของตนเอง อย่างไรก็ตาม การนำประเด็นต่าง ๆ มาเปรียบเทียบกันจำเป็นต้องพิจารณาว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามว่าทำไมวัคซีนบางรายการยังไม่ได้รับการจัดสรร ทั้งที่บริการฮอร์โมนสามารถดำเนินการได้แล้วนั้น ความเป็นจริงคือวัคซีนบางชนิดได้รับความเห็นชอบมานานแล้วและไม่ได้มีผู้คัดค้าน แต่ยังอยู่ในกระบวนการบริหารจัดการด้านราคา เนื่องจากต้องการต่อรองราคาให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดภายใต้งบประมาณที่มีอยู่ เพื่อให้สามารถจัดหาวัคซีนได้ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด จึงไม่ควรนำประเด็นดังกล่าวมาเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน

นพ.อรรถพร กล่าวว่า การบรรจุสิทธิประโยชน์ใดเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่ได้เป็นการตัดสินใจของ สปสช. เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอน ตั้งแต่การรับข้อเสนอจากภาคส่วนต่าง ๆ การประเมินข้อมูลทางวิชาการ การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สุขภาพ การประเมินผลกระทบด้านงบประมาณ และการกลั่นกรองจากคณะกรรมการหลายระดับ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ทั้งนี้ สำนักงานไม่มีอำนาจตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะให้หรือไม่ให้สิทธิประโยชน์ใด เนื่องจากทุกเรื่องต้องเป็นมติของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหลายภาคส่วน และก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่ ยังต้องผ่านการกลั่นกรองจากคณะอนุกรรมการหลายชุดอีกด้วย

นพ.อรรถพร กล่าวต่อว่า กระบวนการพิจารณาสิทธิประโยชน์ใหม่ของ สปสช. เริ่มจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกปี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ป่วย ภาคประชาชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้รับข้อเสนอแล้ว จะมีการตรวจสอบก่อนว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่แล้วหรือไม่ และอยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ สปสช. หรือไม่

หากเป็นข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ จะถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานและคณะกรรมการด้านวิชาการ เพื่อประเมินว่ามีหลักฐานทางวิชาการรองรับเพียงพอหรือไม่ มีประโยชน์ต่อประชาชนจริงหรือไม่ รวมถึงพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุนและความเป็นไปได้ด้านงบประมาณ

กรณีบริการฮอร์โมนสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ก็ได้ผ่านกระบวนการดังกล่าวทั้งหมดแล้ว โดยมีการหารืออย่างกว้างขวาง ทั้งในประเด็นว่าเป็นโรคหรือไม่ หากให้บริการจะเกิดประโยชน์อย่างไร หากไม่ให้บริการจะส่งผลกระทบอย่างไร ตลอดจนมีการพิจารณาความพร้อมด้านงบประมาณประกอบด้วย

นพ.อรรถพร ระบุว่า เมื่อสิทธิประโยชน์ดังกล่าวผ่านการพิจารณาจากทุกระดับและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว จึงถือเป็นสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างสมบูรณ์

เมื่อถูกถามว่าหากเกิดกระแสคัดค้านในสังคมอย่างกว้างขวาง จะสามารถนำเรื่องกลับมาทบทวนใหม่ได้หรือไม่ นพ.อรรถพร กล่าวว่า สามารถดำเนินการได้ หากมีข้อมูลหรือหลักฐานทางวิชาการใหม่ที่มีน้ำหนักเพียงพอ

นอกจากนี้ การถกเถียงหรือแสดงความคิดเห็นสามารถทำได้ แต่ควรอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการเป็นหลัก หากมีงานวิจัยหรือหลักฐานใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และชี้ให้เห็นว่ามาตรการดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่คุ้มค่า ก็สามารถนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทบทวนได้

นพ.อรรถพร ยังเปรียบเทียบว่า การพิจารณาสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพมีลักษณะคล้ายกับการออกแบบอาคาร ซึ่งต้องผ่านการคำนวณและประเมินอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญก่อนการก่อสร้าง หากมีผู้ไม่เห็นด้วยก็จำเป็นต้องมีข้อมูลและเหตุผลรองรับ ไม่ควรอาศัยเพียงความรู้สึกส่วนตัว

ส่วนงบประมาณสำหรับสิทธิประโยชน์บริการฮอร์โมนดังกล่าว อยู่ที่ประมาณ 145 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำคำของบประมาณล่วงหน้า ซึ่ง สปสช. จะใช้ข้อมูลการให้บริการจริงมาวิเคราะห์แนวโน้มการใช้บริการ ก่อนคำนวณงบประมาณและเสนอไปยังสำนักงบประมาณ คณะรัฐมนตรี และรัฐสภาตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม แม้งบประมาณดังกล่าวอาจถูกมองว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับงบประมาณด้านสุขภาพทั้งระบบ แต่ สปสช. ยังคงให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์

นพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับ สปสช. ไม่ว่างบประมาณจะอยู่ที่ 10 ล้านบาท หรือ 100 ล้านบาท ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก สิ่งสำคัญคือการพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุน และผลตอบแทนที่ประเทศรวมถึงประชาชนจะได้รับ เนื่องจากงบประมาณทั้งหมดล้วนมาจากภาษีของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ